ผู้นำท้องถิ่นสตูลยืนยันช่วยแป้ง นาโหนด ได้ไม่คุ้มเสีย คงไม่มีใครกล้าทำ

1 ธ.ค. 66

ผู้นำท้องถิ่นสตูลยืนยันช่วย แป้ง นาโหนด ได้ไม่คุ้มเสีย คงไม่มีใครกล้าทำ แต่ยอมรับว่าสภาพพื้นที่ชายแดนสตูลเอื้อต่อการหลบหนี

วันที่ 1 ธ.ค.2566 การติดตามไล่ล่า แป้ง นาโหนด หรือ นายเชาวลิต ทองด้วง ผู้ต้องขังเรือนจำกว่าเดือนเศษแล้วที่ยังจับกุมไม่ได้และกลายเป็นกระแสข่าวที่ใหญ่ดังไปทั่วประเทศ พื้นที่ที่ถูกจับตาอย่างจังหวัดสตูล ชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมรับว่าหากแป้งหลบหนีผ่านมาทางนี้จริงก็ไม่มีใครอยากจะช่วยเหลือ แม้เขาจะพยายามออกคลิปบอกสังคมว่าเป็นผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกฎหมายไทย

โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสตูลต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ไม่คุ้มเสีย หากผู้นำหรือนักการเมืองคนไหนหรือชาวบ้านคนไหนที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย เพราะขณะนี้เป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ เจ้าหน้าที่ของรัฐและทางการจับตาตลอดเวลาว่ามีใครบ้างที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการหลบหนี

นายอรุณ ท้ายวัง ส.อบต. ม.3 ตำบลขอนคลาน เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอทะเล ด้านอำเภอทุ่งหว้า ไม่เหมาะสมสำหรับการหลบหนีเพราะเป็นทะเลโล่งแจ้ง แม้จะใกล้กับเขาบรรทัดก็จริง คิดว่าง่ายต่อการหลบหนีต้องไปที่ทะเลน่านน้ำอำเภอละงู และอำเภอท่าแพ  รวมทั้งทะเลอำเภอเมืองสตูลจะง่ายกว่าที่ตำบลขอนคลาน อำเภอทุ่งหว้า มีเพียง 4 หมู่บ้านจะรู้จักกันหมด หากมีเรือออกตอนสี่ห้าทุ่มถือว่าผิดวิสัยของการประกอบอาชีพ อีกทั้งข่าว แป้ง นาโหนด เป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง เป็นที่จับตาของส่วนราชการไม่มีใครกล้า เพราะได้ไม่คุ้มเสีย

สำหรับเส้นทางการหลบหนีทางทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่มีลำคลองเล็กน้อยมากถึง 4 อำเภอ ของจังหวัดสตูล ที่ติดทะเล เริ่มตั้งแต่อำเภอทุ่งหว้า อำเภอละงู อำเภอท่าแพ อำเภอเมืองสตูล มีลำคลองน้ำใหญ่ติดป่าโกงกางเชื่อมได้ทั้ง 4 อำเภอ และสามารถมุ่งหน้าไปสู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ง่าย แต่ทั้งนี้นั่นหมายถึงว่าต้องมีเครือข่ายที่ทำสิ่งผิดกฎหมายทั้งยาเสพติดและของหนีภาษีเท่านั้นที่ชาวบ้านเชื่อว่าจะให้การช่วยเหลือ แป้ง นาโหนด.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส