“ความเหงา” ภัยคุกคามสุขภาพระดับโลก วิจัยเผย เสี่ยงหัวใจ-หลอดเลือดสมอง

29 พ.ย. 66

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ "ความเหงา" เป็นภัยคุกคามทางสาธารณสุข ผลวิจัยเผย ก่อให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ความเหงา (Loneliness) เป็นภัยคุกคามทางสาธารณสุข พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อการเชื่อมต่อทางสังคม ผลการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่า ความเหงา ความโดดเดี่ยว การแยกตัวจากสังคม การอยู่คนเดียว ขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ ที่สำคัญข้อมูลทั่วโลกมีคน 1 ใน 4 คนที่เผชิญภาวะความเหงา

ไทยพบผู้สูงอายุที่มีภาวะเหงาเพิ่มขึ้น ผลจากครอบครัวขยายน้อยลง ผู้สูงวัยใช้ชีวิตโดยลำพัง ขณะที่เยาวชนส่วนหนึ่งรู้สึกโดดเดี่ยว นำไปสู่ความเสี่ยงทางสุขภาพและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากการพึ่งพายาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครียด และการฆ่าตัวตาย

ปัจจุบันความเหงาถูกยกระดับเป็นภัยสุขภาพระดับโลกเร่งด่วน โดย นพ.วิเวก เมอร์ฟี แพทย์ประจำรัฐบาล (Surgeon General of the United States) สหรัฐฯ เสนอ 6 มาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหา

1.สร้างโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ในสังคม เช่น สวนสาธารณะ จุดพบปะสังสรรค์ พื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน

2.มาตรการด้านกฎหมายสนับสนุนการลาหยุดพักผ่อนระดับครอบครัว เพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์

3.จัดระบบสุขภาพ คัดกรองผู้ที่ภาวะความเหงาและปัญหาสุขภาพจิต สำหรับไทยได้สร้างกลไกนี้อย่างเป็นรูปธรรม

4.ส่งเสริมศักยภาพให้ประชาชนรู้เท่าทันดิจิทัล เป็นเครื่องมือส่งเสริมการสื่อสารออนไลน์ ทำให้ไม่โดดเดี่ยว

5.ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับความเหงาเพิ่มมากขึ้น

6.สร้างวัฒนธรรมการพบปะพูดคุย ลดการแยกตัวจากสังคม

ทั้ง 6 ข้อเสนอ สามารถนำมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับไทยบนฐานสภาพสังคมและวัฒนธรรมไทย

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส