เหยื่อ อ.เอก ร้อง ทนายรณณรงค์ อ้างรักษาหาย สุดท้ายเสีย 5 พัน

16 พ.ย. 66

เหยื่อ อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต ร้อง ทนายรณณรงค์ แฉวิธีการรักษา ลูบหัว - แตะหน้าผาก 15 นาที อ้างหายอัมพฤกษ์ สุดท้ายเสีย 5,000 ฟรี


16 พ.ย. 66 นายเอ (นามสมมุติ) และ นางบี (นามสมมุติ) พร้อมด้วยนายซี (นามสมมุติ) วัย 30 ปี ผู้เสียหายเหยื่อ อ.เอกฝ่ามือพลังจิต เดินทางเข้าให้ข้อมูลที่สำนักงานทนายคู่ใจคลายทุกข์ ของนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หลังจากเคยเข้ารับการรักษาแต่ไม่หายตามที่เคยอวดอ้างไว้

นายเอ (พ่อ)  เล่าว่า เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2565 ได้พานายซี ซึ่งเป็นลูกชาย ที่มีอาการป่วยร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรง และจมูกไม่ได้กลิ่น หลังจากประสบอุบัติเหตุตกจากกระบะ ซึ่งหลังจากได้เห็นคลิปวิดีโอการรักษาของ อ.เอกฝ่ามือพลังจิต จากโซเชียลมีเดีย จึงสนใจและเชื่อว่าจะรักษาอาการของลูกชายได้ จึงได้ติดต่อ อ.เอก ไปทางไลน์ โดยมี ผู้ช่วย อ.เอก เป็นผู้ประสานงาน รับเรื่องโดยระบุว่า หากอยากรักษาเร็วต้องเป็นเคสกระซิบ คือการจ่ายเงิน 5,000 บาท โดยยืนยันว่าสามารถรักษาได้หายแน่นอน

ด้านนายซี (ผู้ป่วย) ระบุว่า ตอนแรกตนเองไม่เชื่อเรื่องนี้และต่อต้าน แต่เมื่อพ่อให้ไปรักษาจึงยอมเปิดใจในที่สุด พร้อมเล่าด้วยว่าในการรักษา อ.เอก แตะหน้าผากและลูบหัว เป็นเวลา 15 นาที โดยบอกว่าต้องรักษาแบบนี้เพราะอุบัติเหตุทางสมอง ซึ่งในระหว่างที่ลูบหัว อ.เอกได้สอบถามตนเองว่า ดีขึ้นไหม ตนเองจึงตอบตรงๆไปว่าไม่รู้สึก จากนั้น อ.เอก ได้ลูบหัวอีกครั้งพร้อมถามว่าเบาขึ้นไหม ตนเองกลัว อ.เอกเสียกำลังใจ จึงตอบกลับไปว่าดีขึ้น แต่สุดท้ายไม่ดีขึ้นเลย จึงได้พยายามขอคืนเงิน ซึ่งทางฝั่ง อ.เอกไม่ได้คืนเงินอีกทั้งให้ซื้อยาขวดละ 650 บาทเพิ่มอีก และสุดท้ายยาดังกล่าวก็ไม่ได้ผล

ด้านนางบี (แม่) ระบุว่าหาก อ.เอก ใช้คำว่าฤาษีต้องช่วยคนด้วยความบริสุทธ์ใจ ไม่ควรรมีเงินเกี่ยงข้อง ไม่ควรเก็บเงิน 5,000 บาท เคสกระซิบ การเอาเงินมาต่อรองคนไข้ เหมือนไปทับถมคนไข้ และการที่ออกมาครั้งนี้เนื่องจากไม่ต้องการให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าตอนแรกลูกชายไม่เชื่อและไม่ต้องการที่จะไปรักษากับ อ.เอก ทำให้มีปัญหาทะเลาะกับพ่อที่ต้องการพาไปรักษาอีกด้วย

ด้านทนายรณณรงค์ ระบุว่าจะให้ครอบครัวผู้เสียหายไปเป็นพยานที่กองปราบปรามเพื่อเอาผิด อ.เอก เมื่อวานนี้ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต หลังเปิดรักษาผู้ป่วยโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งพบว่ามีความผิดทั้งพ.ร.บ.สถานพยายาล ,พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ,พ.ร.บ.แพทย์แผนไทย และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมีโอกาสเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนด้วย

จึงฝากไปยังนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยดูเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากรวมถึงมีผู้เสียหายคนอื่นเตรียมที่จะเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส