ศึกษาดีๆ ไม่ต้องรีบแจกเงินหมื่น หวั่น ดิจิทัล วอลเล็ต ทำคนถูกสวมสิทธิ์

8 พ.ย. 66

 

หวั่นแจกเงิน ดิจิทัล วอลเล็ต นอกระบบบล็อกเชน ทำคนถูกสวมสิทธิ์-ซ้ำระบบล่ม เร่งออกพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ดูแลความปลอดภัยปชช.ยั่งยืน 

วันที่ 8 พ.ย. 66 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยจอร์ชทาวน์ วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ผลการศึกษาเชิงวิพากษ์ เรื่อง “กระจายเงินดิจิทัลให้ปลอดภัย” เป็นผลสืบเนื่องจากผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการกระจายเงิน ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาทไปสู่มือประชาชน พบว่าทำให้เกิดความเชื่อมั่นสูงเกินกว่า 70 ขึ้นไปในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ความไม่ชัดเจนยังคงมีอยู่ในการใช้เทคโนโลยีกระจายเงินดิจิทัลว่าจะเกิดความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร 

ก่อนอื่นควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในการจะใช้เงินดิจิทัลมีอยู่ 2 ลักษณะคือ นอกระบบบล็อกเชน กับในระบบบล็อกเชน ที่ควรนำมาสู่การถกแถลงให้เห็นความชัดเจนในหมู่ประชาชนให้รับรู้ และเข้าใจเกิดความตระหนักในความไม่ปลอดภัย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ฝ่ายการเมืองกำลังจะเอานโยบายกระจายเงินดิจิทัลมาให้ประชาชน 

  1. การใช้เทคโนโลยีนอกระบบบล็อกเชน เช่น เป๋าตัง หมอพร้อม คนละครึ่ง เป็นต้น โครงการล่อใจประชาชนเหล่านี้ นำประชาชนครึ่งค่อนประเทศเอาข้อมูลส่วนตัวที่เสี่ยงต่ออันตรายเข้าไปอยู่ในโลกไซเบอร์จนเสพติดทั้งที่มีความเสี่ยงสูงมากในหลายเรื่อง เช่น คอลเซ็นเตอร์ เงินในบัญชีหายหมดเกลี้ยง การสวมสิทธิ์ และระบบล่ม เป็นต้น และมีความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลต่ำ ควบคุมยาก ทางออกคือ พัฒนาต่อยอดที่มีอยู่ 2. การใช้เทคโนโลยีในระบบบล็อกเชน เป็นระบบเทคโนโลยีในโลกไซเบอร์ที่มีความปลอดภัย ความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองสูงกว่า 

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวต่อว่า การกระจายเงินดิจิทัลออกไปยังหมู่ประชาชนทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ย่อมจะทำให้เกิดความสุขแก่ประชาชน แต่สุขแล้วต้องปลอดภัยจากประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีด้วย อย่างไรก็ตามการใช้เงินดิจิทัลทั้งนอกระบบบล็อกเชนในอดีตและปัจจุบัน เช่น เป๋าตัง คนละครึ่ง หมอพร้อม เป็นต้น เปรียบเทียบกับการใช้เงินดิจิทัลในระบบบล็อกเชน จะเห็นได้ว่า 

(1) การจะควบคุมให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดตามข่าวว่าให้มีการใช้จ่ายภายในพื้นที่ที่กำหนด การพิสูจน์สิทธิ์ ความปลอดภัย ความโปร่งใส การเกาะติดพฤติกรรมการใช้นำมาใช้ประโยชน์ออกนโยบายที่ชัดเจนตอบโจทย์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและช่วยเหลือลดความทุกข์ของประชาชนในเรื่องปากท้องเชิงพื้นที่ (Local-Area Base, LAB) ได้น้อยถึงปานกลางด้วยเทคโนโลยีนอกระบบบล็อกเชนแต่จะทำให้ทุกอย่างที่กล่าวมาได้มากด้วยเทคโนโลยีในระบบบล็อกเชน

(2) มีข้อดีร่วมกันระหว่างการกระจายเงินดิจิทัลสู่มือประชาชนในระดับมากของการใช้แอปพลิเคชั่นทั้งนอกระบบบล็อกเชนและในระบบบล็อกเชนคือพิกัดสถานที่ที่ใช้และเวลา

(3) ที่น่าเป็นห่วงคือ การสวมสิทธิ์และระบบล่มจะเกิดขึ้นได้มากจากการใช้แอปพลิเคชั่นนอกระบบบล็อกเชน แต่จะเกิดขึ้นได้น้อยถึงปานกลางถ้ามีการใช้ในระบบบล็อกเชน 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวอีกว่า ที่น่าพิจารณาคือ ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ถ้ารัฐบาลแจกเงินดิจิทัลในระบบบล็อกเชน รัฐบาลสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาประเทศในมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้อีกระดับหนึ่ง เช่น การเกาะติดการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างละเอียดลงไปถึงระดับรากฐานสุดของประชาชนแต่ละคนแต่ละชุมชนไล่ขึ้นมาถึงระดับประเทศโดยรวมอันจะนำไปสู่การออกแบบพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในเวลานี้สูงพลาดเป้าไปอย่างมากที่ยังไม่มีการสะสางความจริงและความไม่จริงของข้อมูลกัน นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีในระบบบล็อกเชนยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองในอนาคตได้ เช่น การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาผลผลิตตกต่ำทางการเกษตร การแก้ไขปัญหาความยากจน การเลือกตั้ง การลงประชามติ และการติดตามการบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล 

ที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มประชาชนชายขอบและผู้สูงอายุทั้งที่อยู่ตามแนวชายแดนและในจังหวัดใหญ่หลายจังหวัดที่เป็นพื้นที่ชุมชนอับจนเทคโนโลยีรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศที่นับรายหัวแล้วคนละ 10,000 บาทก็จะเป็นไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านบาทที่เงินก้อนนี้จะไปทางไหนจะจัดการอย่างไรยังไม่ชัดเจนนัก ทางออกคือ รัฐบาลรับโอนความเสี่ยงต่ออันตรายจากการใช้แอปพลิเคชั่นในโลกไซเบอร์ไปอยู่ที่หน่วยงานของรัฐ สถาบันการเงินการธนาคาร ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีความสามารถรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้สูงกว่าประชาชนทั่วไปตามสัดส่วน และใช้วิธีผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงกับการใช้บัตรประชาชนใบเดียวแต่มีรหัสประจำบัตรไปใช้จ่ายได้ 

ดังนั้นรัฐบาลยังไม่ต้องรีบ ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ สื่อสารกับประชาชนและใช้โอกาสนี้เสริมสร้างความตระหนักในความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้การศึกษาด้านนี้แก่ประชาชน เพราะประชาชนเกือบทั้งประเทศอย่างน้อยกว่า 50 ล้านคนอยู่ในอันตรายบนโลกออนไลน์ ทางออกคือ ในระยะยาวที่รัฐบาลควรพิจารณาดำเนินการคือ ออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้ดีขึ้น 

รัฐบาลควรจะทำทุกอย่างให้ประชาชนมีความสุข และปลอดภัยสูงที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้ เพื่อทำให้คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยที่เสียไปเนื่องจากการตัดสินใจไปทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลกลับคืนมา และยังสามารถรักษาฐานเดิมทำให้ประชาชนไม่รู้สึกว่าฉันเป็นคนจนจึงได้สิทธิ์จากการกระจายเงินดิจิทัลและคนมีรายได้สูงก็ไม่คิดว่ารัฐบาลเอาเงินภาษีของพวกเขาไปให้กลุ่มคนที่ไม่ค่อยจ่ายภาษี เพราะรัฐบาลตัดสินใจอย่างชาญฉลาดและคุ้มกับเงินภาษีในการต่อยอดเกิดความคุ้มค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคงของชาติ ผ่านทาง คน เทคโนโลยี และกระบวนการในการพัฒนาประเทศและความอยู่ดีกินดีของราษฎร

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส