"พลขับ"ลั่น"สารวัตรแบงค์"เป็นคนดีใส่ใจลูกน้อง เรียกทุกคนพี่ทุกคำ

18 ก.ย. 66

"พลขับ"เล่าความประทับใจ"สารวัตรแบงค์" เป็นคนดีใส่ใจลูกน้อง เรียกทุกคนว่าพี่ทุกคำ แม้วันสิ้นใจก็ยังพูดกับพลขับ "พี่เขายิงผมทำไม"ก่อนหมดสติไป

 

ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องของมุมการทำงานและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ "สารวัตรแบงค์" โดนยิงในบ้านของกำนันนก โดยทางทีมข่าวได้พูดคุยกับ" ด.ต.ชุติเทพ คชพงษ์" พลขับของ "สารวัตรแบงค์"

ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจกับทางทีมข่าวถึงมุมของการทำงานที่ได้ร่วมงานและเป็นคนใกล้ชิดในช่วงเวลา 6 เดือน 20 วันที่ได้ทำงานร่วมกัน ยอมรับว่าเจอกันครั้งแรกส่วนตัวก็ประทับใจในมุมความคิดและความรู้สึกที่สัมผัสได้

เพราะตอนเเรกตนเองตั้งใจจะขอออกจากตำแหน่งพลขับ เพราะมีปัญหาสุขภาพหวั่นจะทำงานไม่ดี แต่พอได้พูดคุยกับทาง "สารวัตรแบงค์"ปรากฎว่าเขาเองอยากให้ลองทำก่อนและอยากร่วมงานกับตน และอยากให้อยู่ร่วมกันก่อนลองเรียนรู้นิสัยด้วยกันก่อน และเขาเองก็อยากให้ตนช่วยทำงานด้วย เลยตัดสินใจลองดู จนได้ช่วยงานจนถึงวันสุดท้าย

ลักษณะนิสัยของ "สารวัตรแบงค์" ยอมรับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างใส่ใจและเข้าถึงลูกน้อง โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ทางสารวัตรแบงค์จะเน้นย้ำให้ลูกน้องต้องกินดีและกินอิ่ม รวมถึงการพูดจาจะเป็นคนสุภาพไม่ถือตัวว่าเขาคือผู้บังคับบัญชา แต่จะเรียกทุกคนคือพี่ และพยายามจะยกมือไหว้คนอื่นตลอด ซึ่งไม่ทำให้เราเองเวลาร่วมงานรู้สึกเกร็ง

ขณะที่ทางสารวัตรเเบงค์ก็เป็นคนที่ซัพพอร์ตและให้ใจ ถึงขั้นที่ตอนที่สารวัตรแบงค์มานั้นเป็นช่วงที่ตำรวจทางหลวงมีปัญหา ที่เห็นในข่าว ทางสารวัตรเเบงค์เองก็มักจะออกเงินส่วนตัวช่วยซัพพอร์ตกับน้องๆในทีมจนรู้สึกประทับใจ

"ซึ่งเขาเองเรียกทุกคนว่าพี่ จนวันสุดท้ายที่คำพูดออกสื่อไป เขายังพูดกับลูกน้องประโยคที่ว่า"พี่เขายิงผมทำไม"ตามที่พลขับอีกคนที่ขับไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นทางสารวัตรแบงค์ยังมีสติ ก่อนจะเริ่มมีอาการคล้ายไม่มีสติ หลังสิ้นคำพูดดังกล่าว ซึ่งทางพลขับเองบอกเขาว่า "นายต้องใจแข็งไว้นะ อย่าเพิ่งหลับ

ย้อนถามถึงเหตุการณ์วันที่เกิดเรื่อง ทาง "ด.ต.ชุติเทพ" ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ได้ไปร่วมงานหรือมีการขับรถให้กับทางสารวัตรแบงค์ในวันดังกล่าว แต่มีพลขับอีกคนได้เดินทางไปพร้อมกับสารวัตรแบงค์ ซึ่งหลังเกิดเรื่องทางพลขับคนดังกล่าวก็ได้มีการโทรมาแจ้งข้อมูลกับตนว่านายโดนยิง

ก่อนที่จะมีการประสานว่าจะนำตัวส่งโรงพยาบาลสินแพทย์ในพื้นที่ ซึ่งตนเองหลังทราบข่าวก็รีบเดินทางไป แต่ด้วยข้อมูลที่คาดเคลื่อนก่อนจะทราบว่าได้มีการนำตัวสารวัตรแบงค์ไปส่งโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งตามที่ผู้กำกับสน.พญาไท ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่าขับรถหลง เนื่องจากการสื่อสารช่วงแรกเป็นการระบุจุดหมายปลายทางที่โรงพยาบาลสินแพทย์ แต่สุดท้ายก็มีการเปลี่ยนแผนไปที่โรงพยาบาลเมืองนครปฐม

ทั้งนี้หลังจากที่เดินทางไปที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้แจ้งกับทางสารวัตรแบงค์ เนื่องจากมีการนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน แต่ได้เจอกับทางผู้กำกับ สน.พญาไท ซึ่งก็เป็นคนสั่งการให้ตนรีบไปตรึงกำลังที่เกิดเหตุ เนื่องจากทุกคนได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเกือบหมดแล้ว หวั่นว่าในพื้นที่จะไม่มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ซึ่งหลังจากที่ตนได้รับคำสั่งจากผู้กำกับ สน.พญาไท ตนเองก็ใช้เวลาจากโรงพยาบาลไปยังบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 10 นาที ปรากฏว่าในช่วงวินาทีที่เข้าไปชุดของตนคล้ายว่าเป็นชุดแรกๆที่เข้าไปถึงในพื้นที่

ซึ่งตอนนั้นสิ่งที่ตนเห็นคือจะมีทางลูกน้องของกำนันนกประมาณ 6 ราย เป็นคนไทย 3 ต่างด้าว 3 กำลังเช็ดทำความสะอาดและเก็บกวาดพื้นที่ในจุดที่เกิดเหตุ ยอมรับว่าวินาทีที่เข้าไปหลักฐานบางส่วนอย่างโต๊ะจีนเกือบจะไม่มีให้เห็น

ลักษณะคล้ายมีการเก็บกวาดจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถสังเกตได้ว่าจุดไหนเคยเป็นสถานที่ในการจัดงาน แต่จะมีโต๊ะจีนอยู่โต๊ะหนึ่งกำลังจะมีการเก็บและเคลื่อนย้าย ซึ่งตนเองพอเห็นลักษณะดังกล่าวได้มีสั่งห้ามเคลื่อนย้าย

แต่ทางลูกน้องของกำนันนกกลับไม่สนใจ และไม่ได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน้ำซ้ำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เพิ่งโดนแจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้ ก็ไม่ให้ความร่วมมือ โดยมีการปิดไฟภายในบ้านจนมืด เจ้าหน้าที่พยายามสอบถาม แต่ทางรปภ.รายดังกล่าวอ้างว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ทราบเรื่อง

รวมไปถึงเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือให้มีการเปิดไฟ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เขาเองกลับอ้างว่าไม่รู้ว่าแผงวงจรไฟอยู่ตรงไหน ซึ่งตรงกันข้ามกับคำให้การหลังจากที่ทำหน้าที่ตำรวจเรียกไปสอบปากคำ เพราะวันที่ตนเองไปเจอกลับทำเหมือนว่าไม่รู้ไม่เห็น ซึ้งตนขอยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับที่ตนเจอและอยู่ในเหตุการณ์แน่นอน ทั้งนี้ยอมรับว่าแม้เขาจะไม่ขัดขืน แต่เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ

อย่างไรก็ตามในส่วนของกล้องวงจรปิดเอง ตอนที่เข้าไปตรวจสอบ บางจุดมีแสงสว่างหรือแสงอินฟาเรดออกมาจากกล้อง ซึ่งตนเองก็ได้ถ่ายภาพเป็นหลักฐานไว้แล้ว.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส