ขนส่งแจงเปลี่ยนโต๊ะแล้ว หลังเจอดราม่าโต๊ะต่ำ จนประชาชนต้องคุกเข่าคุยกับเจ้าหน้าที่

8 ก.ย. 66

ขนส่งแจงเปลี่ยนโต๊ะแล้ว หลังเจอดราม่าโต๊ะบริเวณจุดคัดกรองใบขับขี่ มีระยะความสูงต่ำเกินไป จนประชาชนต้องคุกเข่าคุยกับเจ้าหน้าที่

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Arinchai Aob Viteetammasakdi ได้แชร์ภาพ โต๊ะที่กรมการขนส่งทางบก บริเวณจุดคัดกรองใบขับขี่ ต่ำจนผู้ที่มาติดต่อต้องคุกเข่าคุยกับเจ้าหน้าที่ อยากให้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกว่านี้ โดยระบุว่า

"เมื่อวานไปต่อใบขับขี่มา ตรงจุดคัดกรองเขาทำโต๊ะต่ำๆ คนที่เข้าไปติดต่อขอคิวส่วนใหญ่ก็ก้มคุยนั่นแหละ แต่บางคนก็นั่งแบบนี้เลย ลุงด้านหลังผม เขาก็สะกิดแซวว่าต้องคุกเข่าแล้วจะได้คิวเร็วขึ้น ถ้ายืนค้ำหัวไปอยู่คิวท้ายๆ ถ้าเป็นผมจะเปลี่ยนโต๊ะให้เหมาะสมกว่านี้นะ ทำงานต่อได้ยังไง มีคนมาคุกเข่ารับคิวแบบนี้

ประเทศเรามันมีระบบราชการ และ ระบบการศึกษา,การบ่มเพาะแบบไหน เราถึงได้เฉยๆ กับเรื่องแบบเนี้ยได้ มันต้องเป็นระบบที่ทำให้คนคุ้นเคยกับการกดต่ำกันเองแบบมากๆ เลย เราจะสร้างสังคมที่ดี คนมีสิทธิ ศักดิ์ศรีได้ไง ถ้าเผด็จการยังคุมระบบราชการ, ระบบการศึกษา สอนให้คนเชื่อง คุ้นเคยกับอำนาจนิยม การหมอบคลาน จนคุกเข่าได้แบบนี้"

374580630_851500743093828_278

ต่อมา กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาชี้แจงว่า “ตามที่สื่อออนไลน์ ได้เผยแพร่ภาพประชาชนผู้รับบริการ ได้ให้คำชี้แนะจุดบริการคัดกรอง ให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาเบื้องต้น และให้คิวในการเข้ารับบริการว่าไม่เหมาะสม โดยมีแผงกั้นและช่องรับเอกสารที่ต่ำ ทำให้การสื่อสารไม่ชัดเจนจนผู้รับบริการบางท่าน ต้องก้มโน้มตัวลงเพื่อการสอบถาม นั้น

กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ขอชี้แจงว่า จุดบริการดังกล่าวเป็นจุดบริการชั่วคราว ที่ให้บริการคัดกรองเบื้องต้น ในช่วงเวลาที่มีผู้ขอรับบริการพร้อมกันจำนวนมาก โดยมีความตั้งใจเพียงเพื่อให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการยิ่งขึ้น กรมการขนส่งทางบก ได้ปรับปรุงแก้ไข ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการปรับปรุงจุดบริการดังกล่าวให้ได้รับความสะดวกเรียบร้อยแล้ว”

374571199_851501029760466_779

ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กที่แชร์ภาพนี้จนกลายเป็นข่าว ได้แสดงความเห็นว่า "ชื่นชมที่แก้ไขถึงจะปลายเหตุ และเป็นจุดเล็กๆ ไปหน่อย ขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นข่าวแล้วคนทำงานอาจเสียกำลังใจไปบ้าง อยากฝากถึงรัฐนะว่าสังคมทุกวันนี้เปลี่ยนไปนะ เราไม่ได้โอเคกับความไม่เท่าเทียมอีกแล้ว

ตอนนี้มีแค่รัฐ และชนชั้นนำแล้วนะที่ไม่ค่อยปรับตัว ยังพยายามใช้อำนาจรัฐที่มีในการแพร่กระจายความคิดเกี่ยวกับช่วงชั้น ความไม่เท่าเทียมผ่านระบบการศึกษา ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม ทำให้ปัญหาแบบนี้ยังไม่หมดไป ยังซุกซ่อนโดยเฉพาะในพื้นที่ปิดต่างๆ เช่น กองทัพ ซึ่งในที่สุดประชาชนจะรวมเสียงและขึ้นไปแก้เองได้สำเร็จในวันนึง เพราะลึกๆ แล้ว เราทุกคนก็ต้องการมีสิทธิ ศักดิ์ศรีกันทั้งนั้น เราไม่ได้ยินดีกับความเหลื่อมล้ำ ความไม่ยุติธรรม"

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส