"อดิศร" เผย "เพื่อไทย" รัก "ก้าวไกล" ปานข้าวต้มมัด พร้อมมากโหวต "พิธา" เป็นนายกฯ

9 ก.ค. 66

อดิศร เพียงเกษ ยืนยัน "พรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล" รักกันเหมือนข้าวต้มมัด ลั่น! พร้อมมาก! โหวต "พิธา" เป็นนายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ค.66 นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาระบุว่า พรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ซึ่งเรียกว่าฝ่ายประชาธิปไตย เราได้มัดกันเป็นข้าวต้ม โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล โดยมีประชาชนเหมือนตอกไม้ไผ่

พรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล

ซึ่ง พรรคเพื่อไทย - พรรคก้าวไกล จะต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีในบรรดาพรรคที่ไม่ได้เสียงเกินครึ่งไม่ถึง 250 เสียง แต่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ได้มีการทำ MOU กันได้ 312 เสียง ยืนยันว่าจะไม่มีการแตกเสียงกันอย่างที่ผ่านมาที่มีการเลือกประธานสภา

ทุกคนก็ได้ลงเสียงเดียวกันที่เลือก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โดย นายพิธา นั้นเป็นคนหนุ่ม อายุ 42 ปี ได้รับการเลือกจากประชาชนที่จะให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ที่ผ่านมาคนไทยขาดคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศมานานแล้วกว่า 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเสียโอกาสและเศรษฐกิจของประเทศไม่ดี การที่นายพิธาจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ที่จะเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่มีเสียง ส.ส.จำนวน 141 เสียง

นายอดิศร เพียงเกษ กล่าวต่อไปว่าในวันที่ 13 ก.ค.66 ที่จะมาถึงจะมีการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 1 โดยรัฐสภามีสมาชิกวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร รวม 750 คน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เรียกได้ว่าเลวมากที่สุด เพราะมีการให้สมาชิกวุฒิสภาหรือส.ว.มาเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้

ซึ่งตนเองได้มีการพูดคุยกับ ส.ว.บางคนแล้ว โดยอยากให้ส.ว.ทุกคนได้เคารพถึงประชาชนที่ได้มีการเลือกตั้งส.ส.เข้ามา วุฒิสภาจึงจะได้รับความน่าเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน แม้ว่ายังมีส.ว.บางคนที่ให้เหตุผลจะไม่เลือกนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่มีความชอบส่วนตัว โดยตนเองได้ยกมือไหว้พร้อมบอกว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะก็ควรจะไม่ต้องตั้งข้อสงสัยอะไรมากมาย เพราะประชาชนได้ตัดสินไปแล้ว อย่าไปสวนทางเพราะผู้พิพากษาที่ตัดสินไปก็คือประชาชน

ท่านจะมาทำตัวใหญ่กว่าประชาชนไม่ได้ หากทำตัวใหญ่กว่าประชาชนเชื่อได้เลยว่า ส.ว.จะไม่มีที่อยู่ ตนเองหวังว่า ส.ว.จะเห็นแก่การเติบโตของระบอบประชาธิปไตยเพราะ ส.ว.ทั้ง 250 คนนั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

โดยตนเองเชื่อว่า ส.ว.หลายคนที่ตนเองรู้จักเป็นเพื่อนกันซึ่งติดใจเรื่อง ม.112 ทำให้ทางส.ว.จะเลือกนายพิธาโดยไม่มีเงื่อนไขโดยนายพิธาจะต้องมีการไปตอบคำถามเรื่อง ม.112 นี้ให้ได้ ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการชุมชนของ FC พรรคก้าวไกลที่เซ็นทรัลเวิลด์จะส่งผลสร้างความพอใจให้กับส.ว.หรือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องของทางพรรคก้าวไกลเพราะต่อไปก็คือการที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

การเลือกตั้งจบไปแล้วแต่ลากตั้งไม่จบ ตนเองได้แต่หวังว่าบ้านเมืองจะต้องเดินหน้าไปเสียทีเพราะประชาชนหวังว่าอยากมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพราะที่ผ่านมาต้องทนการบริหารงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มากว่า 10 ปี ขณะนี้ถึงเวลาปลดโซ่ตรวนซึ่งประชาชนได้ตัดสินไปแล้ว

อดิศร เพียงเกษ

 

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวการเมือง เป็นกระแส