ญาติเศร้านำ 11 ศพรถตู้ไฟไหม้ ตรวจ DNA ยังสะเทือนใจ จี้สอบซิ่งขอชดใช้

23 ม.ค. 66

ญาติเศร้านำ 11 ศพรถตู้ไฟไหม้ ตรวจ DNA เตรียมรับร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลหลังพิสูจน์อัตลักษณ์ เผยยังสะเทือนใจ จี้สอบซิ่งขอชดใช้

วันที่ 23 ม.ค.66 บรรยากาศสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตจากรถตู้พลิกคว่ำก่อนเกิดไฟไหม้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้ากม.100 อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมาเมื่อคืนวันที่ 21 ม.ค.66 เดินทางมายังสถาบันนิติเวชฯ เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวตน เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกไฟไหม้เกรียมไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยมีญาติบางส่วนเดินทางมารอที่นิติเวช 

ขณะที่บางส่วนทางมูลนิธิได้อำนวยความสะดวกจัดรถให้เดินทางมา เพื่อทำการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ บริเวณกระพุ้งแก้มไว้ตรวจเปรียบเทียบ โดยทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตรวจพิสูจน์โดยเร็วคาดว่าใช้เวลา3-5 วันจึงจะทราบผลทั้งหมด จากนั้นจะประสานให้ญาติทราบและรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามขั้นตอนต่อไป โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าญาติที่เดินทางมาต่างร้องไห้เนื่องจากยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

จากการพูดคุยกับนาย สุทธิวัส หนูคำหอม อายุ 51 ปี สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้มีวิธีแก้ไขที่ดีกว่านี้ใส่ใจให้มากกว่านี้เพราะคือชีวิตคน ถ้าเกิดเป็นญาติของตัวเองจะทำอย่างไร ส่วนตัวเสียใจมาก และยังติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่เป็นเพราะรถตัดหน้าหรือคนขับหลับใน แต่คนขับก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนตัวอยากให้คนขับรถทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเท่านั้น 

พร้อมกล่าวว่าวันเกิดเหตุมีลางบอกเหตุเนื่องจากภรรยาของตนเองกำลังจะเดินทางกลับจากไปเยี่ยมแม่ยายที่จังหวัดอุบลราชธานีเนื่องจากแม่ไม่ค่อยสบายจึงกลับไปวันตรุษจีน เพื่อไปกราบเท้าซึ่งปกติแฟนของตนเองไม่เคยทำ และยังบอกว่ากับเพื่อนบ้านว่าหากเป็นอะไรไปก็ขอให้ดูแลแม่ด้วย และในวันเกิดเหตุตอน 16.36 น. แฟนได้โทรศัพท์คุยกับตนเองขอให้โอนเงินให้เพราะจะกลับบ้าน ซึ่งตอนไปเดินทางโดยเครื่องบินและขากลับรถตู้ยอมรับว่าส่วนตัวเครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรขอให้สมเหตุสมผล พร้อมระบุปกติแฟนจะเดินทางด้วยรถตู้บ่อยและที่ผ่านมาเคยบ่นให้ฟังว่ารถตู้ขับด้วยความเร็ว เพราะสัญญาณจะเตือน แต่วันเกิดเหตุตนเองไม่รู้ว่าขับเร็วหรือเกิดจากอะไร

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยจะอำนวยความสะดวกให้นำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับไปที่จังหวัดอำนาจเจริญหลังทำการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวตนแล้วเสร็จ พร้อมกับทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณระหว่างทาง โดยจะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆพร้อมกับขอให้ญาติระวังมิจฉาชีพที่เข้ามาแอบอ้างเพื่อหวังผลประโยชน์

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส