ป้าชักลูกซองขู่อดีตสามี! ยื้อแย่งกัน สุดท้ายปืนลั่นใส่หลาน"ดับ"

9 ธ.ค. 65

ตร.แจ้ง 4 ข้อหา ป้าชักลูกซองขู่อดีตสามี! เรื่องค่าเช่าที่นา ยื้อแย่งกันสุดท้ายทำปืนลั่นใส่หลาน"ดับ" ลั่นเผาอำพรางเพราะกลัวความผิด

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 เวลา 23.30 น. ร.ต.อ.วิจิตร หาญชุยชาย รองสว.สอบสวน สภ.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานีรับแจ้งพบศพถูกเผาที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านวังงามพัฒนา ม.8 ต.คำเลาะ จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรบดินทร์ วงค์รินทอง สว.สส.สภ.ไชยวาน แพทย์เวรรพ.ไชยวาน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี จุดบริหารหนองหาน

ที่เกิดเหตุพบศพนายภูเยี่ยม สงวนนามสกุล อายุ 45 ปี ชาวบ้าน ม.1 ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ถูกไฟไหม้ทั่วทั้งร่าง นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวหน้ากระท่อมนา ตรวจสอบสภาพศพพบเสื่อ เสื้อผ้า และสายเบลท์รัดของ คาดว่าจะใช้ห่อและรัดศพก่อนที่จะจุดไฟเผาอำพรางศพ หลังถูกยิงแสกหน้าด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 2 รู ตรวจค้นในกระท่อมนาที่ผู้ตายพักอาศัย พบมีดพร้ายาว 2 เล่ม ปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก เป็นของผู้ตาย

เบื้องต้นทาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด โดยมีนายสอง อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ม.1 และนางสาวปรียา หรือน้อยอายุ 56 ปี ชาวบ้าน ม.8 ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน ป้าและอดีตลุงเขยของผู้ตายอยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนได้นำตัวทั้ง 2 คนซึ่งเป็นอดีตสามีภรรยากันมาสอบปากคำที่โรงพัก

นายสะไกร ฤทธิจรจาก กำนันต.คำเลาะเล่าว่า ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่ามีเหตุไฟไหม้ที่กระท่อมนา จึงได้ออกมาตรวจสอบพร้อมกับชาวบ้าน เมื่อมาถึงพบว่ามีกองไฟลุกไหม้อยู่หน้ากระท่อมนา จึงเข้าไปดับไฟแล้วพบร่างของผู้สียชีวิต จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ซึ่งผู้ตายคือนายภูเยี่ยม ซึ่งกระท่อมนาที่เกิดเหตุเป็นที่ไร่ที่นาของป้าคือนางสาวปรียาที่ผู้ตายมาเช่าพื้นที่ทำการเกษตร

โดยพักอาศัยอยู่คนเดียวและมีกระท่อมนาของป้าอยู่ใกล้กัน โดยมีนายสองเมืองอดีตลุงเขยอยู่อาศัย ส่วนสาเหตุตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งนายภูเยี่ยมผู้ตายเป็นคนขยันทำมาหาอยู่หากิน เป็นคนนิสัยดี จะพักอาศัยในหมู่บ้านและจะออกมาทำไร่ทำนาที่กระท่อมนาแห่งนี้ เมื่อได้ผลผลิตก็จะแบ่งกันกับป้าตามที่ตกลงกัน

ตำรวจชุดสืบสวนได้นำตัวนายสองเมือง และนางสาวปรียาอดีตสามีภรรยามาแยกกันสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงพัก ซึ่งทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ จากนั้นทางตำรวจได้เค้นสอบอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง จนนางสาวปรียายอมเปิดปากว่า ตนกับอดีตสามีทะเลาะกันเอาปืนขึ้นมาขู่แล้วเกิดการแย่งปืน ทำให้ปืนลั่นถูกหลานเสียชีวิต แล้วทำการเผานายภูเยี่ยม ทางตำรวจจึงได้นำตัวไปค้นหาปืนของกลางซึ่งนางสาวปรียาได้นำปืนไปฝังไว้หลังบ้านของตัวเอง ที่อยู่ห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุราว 300 เมตร ส่วนกระสุนปืนที่ยิงแล้วได้โยนทิ้งในป่ายาง พบว่าเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ลำกล้องขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1กระบอก พร้อมกระสุนในลำเพลิงอีก 1 นัด ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางสาวปรียาให้การว่าตนกับนายนายสองเมือง เป็นอดีตสามีภรรยากัน หลังได้แยกทางกันมาเกือบ 2 ปี แต่นายสองเมืองอดีตสามีได้ขอเช่าที่นาของตนปลูกข้าวอยู่ใกล้กับกระท่อมนาที่หลานชายตนมาขอเช่าเช่นกัน โดยช่วงเกิดเหตุนั้นตนได้มาทวงข้าวซึ่งเป็นค่าเช่านากับนายสองเมืองที่กระท่อมของหลานชาย จากนั้นได้มีปากเสียงกันกับอดีตสามีและอดีตสามีจะทำร้ายร่างกาย ตนจึงได้ชักปืนขึ้นมาขู่แล้วเกิดการแย่งปืนกัน ก่อนปืนลั่นถูกนายภูเยี่ยมหลานชายของตนล้มลงตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก ส่วนอดีตสามีได้วิ่งหลบหนีตนกลัวความผิดจึงได้นำเสื่อและเสื้อผ้ามาห่อศพหลานชาย แล้วจุดไฟเผา จากนั้นได้นำปืนไปขุดหลุมฝังไว้ด้านหลังบ้านของตนเอง ก่อนแจ้งกำนันว่าไฟไหม้กระท่อมนาที่หลานชายพักอาศัย

"ปืนกระบอกนี้ตนซื้อมาในราคา 500 บาท และซื้อมานานแล้ว เพื่อไว้ป้องกันตัว เพราะนายสองเมืองอดีตสามีชอบทำร้ายร่างกายตนจนต้องได้เลิกกันได้ 1 ปีเศษ แต่ก็ยังให้เช่าที่นาทำมาหากิน โดยตกลงแบ่งข้าวเปลือกเพื่อเป็นค่าเช่านา แต่นายสองเมืองอดีตสามีไม่ยอมให้ จึงเกิดมีปากเสียงและทะเลาะกันรุนแรงและตนถูกทำร้ายร่างกายก่อน จึงชักปืนออกมาขู่แล้วเกิดเหตุการณ์ปืนลั่นถูกหลานชาย ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หน้ากระท่อมที่เกิดเหตุเสียชีวิต"

ในเบื้องต้นตำรวจนางสาวปรียายังให้การภาคเสธ จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า“ฆ่าผู้อื่นและเผาอำพรางศพ,ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดฎหมาย,พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”ดำเนินการตามขึ้นของกฎหมายต่อไป

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส