เจ๋งจริง! สืบเอง-จับเอง โจรทุบรถแฉแผนตลบหลัง จบเกมเพราะแอร์พอดส์ (คลิป)

3 ธ.ค. 65

จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ได้มีการลงคลิปซึ่งเป็นการตามหาทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป เหตุเกิดวันที่ 28 พ.ย. 65 เวลา 19.55 น. ถูกคนร้ายทุบกระจกรถเก๋งสีส้ม ซึ่งจอดซื้อของอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแถวพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร ซึ่งคนร้ายได้มีการขโมยกระเป๋าสะพายสีน้ำเงิน, ไอแพด, แอร์พอดส์, กระเป๋าเงินแบรนด์เนม และเงินสด 5,000 บาท หลบหนีไป

389938

โดยตัวผู้เสียหาย ได้มีการเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางน้ำจืด จ.สมุทรสาคร จากนั้นกลุ่มของผู้เสียหายได้สะกดรอยและตามหาทรัพย์สินเอง ซึ่งมีการใช้โลเคชั่น GPS. จากแอร์พอดส์ จนกระทั่งทราบความเคลื่อนไหวของคนร้ายที่มีการเปิดใช้งาน และติดตามไปจนกระทั่งเจอหอพักของคนร้ายที่อยู่ย่านพุทธะบูชา เขตบางมด กรุงเทพมหานคร แล้วมีการไปนั่งเฝ้าตั้งแต่คืนที่ถูกขโมย จนกระทั่งถึงช่วงค่ำ ก่อนที่จะมีการประสานตำรวจ สภ.ราษฎร์บูรณะ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ส่งสายตรวจเข้ามาควบคุมตัวได้ในที่สุด 

677514

วันที่ 3 ธ.ค. 65 ทีมข่าวเดินทางไปเจอกับ นายชวกร ดังโกสินทร์ หรือ นายทิม อายุ 26 ปี คนโพสต์เรื่องราว ในฐานะเพื่อนของผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ในการตามล่าหาคนร้ายและไปบุกจับในคืนวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 28 พ.ย. เวลาประมาณ 19:55 น. นายต้น เพื่อนของตนได้มีการขับรถออกจากฟิตเนสเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเข้าไปซื้อของไม่ถึง 5 นาที กลับมาที่รถปรากฏว่ากระจกฝั่งคนขับถูกทุบและประตูถูกงัด จนกระทั่งทำให้ทรัพย์สินภายในรถโดยเฉพาะกระเป๋าสะพายสีน้ำเงิน ซึ่งมีเงินสดจำนวน 5,000 บาท กระเป๋าตังค์ซึ่งเป็นยี่ห้อแบรนด์เนม รวมถึงไอแพดและแอร์พอดส์ ที่อยู่ในกระเป๋าถูกหยิบหายไปด้วย

ภายหลังทรัพย์สินถูกขโมย ตนเองและเพื่อนได้พากันไปแจ้งความเอาไว้ที่โรงพัก สภ.บางน้ำจืด และในคืนวันเดียวกันที่ไปแจ้งความนั้น ก็ได้มีการเปิดแอพพลิเคชั่นมายไอโพนซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นติดตามอุปกรณ์ ปรากฏว่าสัญญาณของไอแพดหายไป แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณหน้าจอแอพพลิเคชั่นคือ “แอร์พอดส์ ” มีความเคลื่อนไหวจากจุดที่ถูกขโมยของไปโผล่แถวตลาดอินดี้พระราม2 และมีการขยับไปจนกระทั่งหยุดอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งย่านพุทธะบูชา 23

800734

ในคืนวันเดียวกันนั้น ตนเองและเพื่อนจึงได้ติดตามไปตามสัญญาณ และพบว่าหอพักดังกล่าวอาจเป็นที่อยู่ของคนร้าย จึงได้มีการประสานเจ้าของหอพักและคนดูแลเพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากนั้นพบว่าหลังก่อเหตุเข้าสู่คืนวันที่ 29 พ.ย. เวลาประมาณ 01.06 น. ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดจับภาพของชายผู้ต้องสงสัยใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ เดินขึ้นมาภายในหอพัก ซึ่งสังเกตเห็นว่ากระเป๋าสะพายข้างเป็นกระเป๋าสีน้ำเงิน ซึ่งตัวของนายต้นเพื่อนของตนเองในฐานะเจ้าของเห็นชัดเจนว่าเป็นกระเป๋าของตัวเองจึงได้ยืนยันผ่านกล้องวงจรปิดที่กำลังนั่งดูอยู่ว่ามันคือกระเป๋าที่ถูกขโมยไป จากนั้นก็นั่งดูกล้องวงจรปิดต่อว่าจะมีความเคลื่อนไหวหรือออกไปที่ไหนอีกหรือไม่ ระหว่างนั้นก็ได้มีการประสานตำรวจพื้นที่คือ สน. ราษฎร์บูรณะ ให้เข้ามาทำการช่วยตรวจสอบ

661736

ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป ปรากฏว่าตัวของผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็นคนก่อเหตุ นั่งอยู่ภายในห้องถอดเสื้อและมีผู้หญิงที่นั่งอยู่ในห้องด้วยกัน อ้างว่าเป็นลูกสาวของผู้ชายคนดังกล่าว โดยมีการใช้อุปกรณ์แอร์พอดส์ อยู่ ซึ่งยังคงใส่เอาไว้ที่หูและใช้งานอยู่ จึงเป็นที่มาของการแสดงสถานะให้รู้ความเคลื่อนไหวว่าคนร้ายอยู่ไหน โดยตอนที่ตำรวจเข้าไปเจอตัวเจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้มีการไปก่อเหตุทุบรถหรือชิงทรัพย์ของใคร แต่นายต้นซึ่งเป็นผู้เสียหายและเป็นเจ้าของทรัพย์สินโผล่เข้าไปยืนยันว่ากระเป๋ารวมถึงแอร์พอดส์ คือของเจ้าตัว ตำรวจจึงได้มีการล็อกตัวไปสอบปากคำ จนกระทั่งตัวของผู้ชายที่อยู่ในห้องรับสารภาพในเวลาต่อมาว่ามีการก่อเหตุจริง ตำรวจจึงได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองได้มีการลงคลิปเพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์ โดยส่วนตัวก็ไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือกลุ่มคนร้าย อยากให้ระมัดระวังเกี่ยวกับทรัพย์สินที่วางเอาไว้ในรถ ไม่อยากให้หวังล่อตาล่อใจจนกระทั่งต้องมาไล่ตามหาทรัพย์สินเองแบบนี้ และที่สำคัญการลงคลิปก็เพื่ออยากให้คนที่เคยมีทรัพย์สินโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS อาจได้รับประโยชน์เกี่ยวกับการตามหาสิ่งของ เพราะเชื่อว่าคลิปที่ลงไปนั้นอาจจะเป็นประโยชน์ในการไล่จับโจรได้ เหมือนเช่นที่ตนเองกำลังทำกันอยู่

อย่างไรก็ตาม นายชวกร ยังเผยอีกว่า สำหรับเหตุการณ์นี้ได้มีการรับคืนทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้บางส่วน คือกระเป๋าสะพาย แอร์พอดส์ กระเป๋าเงิน แต่ส่วนเงินจำนวน 5,000 บาท คาดว่าตัวของคนร้ายได้นำไปใช้ และรวมทั้งไอแพดตัวของคนร้ายอ้างว่ากลัวว่าสัญญาณจะจับได้ไงจึงได้มีการโยนทิ้งระหว่างทาง แต่ส่วนตัวยังไม่ปักใจเชื่อคาดว่าน่าจะมีการนำไปขายและมีการปิดหรือเปลี่ยนการใช้งานไปแล้ว จึงทำให้ติดตามสัญญาณไม่เจอ ซึ่งเบื้องต้นก็อยากจะได้ทรัพย์สินคืนทั้งหมด และส่วนตัวก็ยังฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่มีการแจ้งเหตุก็เข้ามาช่วยในการควบคุมตัวคนร้ายได้โดยทันที

ส่วนตัวของผู้ต้องหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการคุมตัวและอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุซึ่งหน้าจึงยังไม่สามารถที่จะแจ้งข้อกล่าวหาได้โดยทันที ประกอบกับมีการก่อเหตุต่างพื้นที่และจับกุมได้อีกพื้นที่ จึงต้องมีการสอบสวนผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

 

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม