สาวท้องแฉผัวโหดกระทืบ 18 ครั้ง คดีพลิกหนุ่มแฉเชิดมรดกหลอกเหยื่อสูญเป็นล้าน (คลิป)

25 พ.ย. 65

วันที่ 25 พ.ย. 65 น.ส.เอ (นามสมมติ) อาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 3 เดือน เข้าร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯ ระบุว่าถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายรวมประมาณ 17-18 ครั้ง โดยหน้าตาบวมปูด อีกทั้งเมื่ออดีตแฟนหนุ่มทราบว่าตั้งครรภ์ก็ยังพยายามบอกให้ไปทำแท้งและขอเงินใช้เมื่อไม่ได้เงินก็จะทำร้ายร่างกายทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ประจานและข่มขู่ฆ่าคนในครอบครัว

281204854925

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย อาชีพอินฟลูเอ็นเซอร์ ระบุว่าตนเองซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 3 เดือน รู้จักกับ นายธนกฤต อายุ 27 ปี ทางเฟซบุ๊ก โดยเขาอ้างว่าแมวหายให้ไปช่วยตามหาให้หน่อย และได้คบหาเป็นแฟนและไปมาหาสู่กัน ตั้งแต่ปลายปี 64 ที่ผ่านมา

238576

น.ส.เอ เล่าว่า นายธนกฤต ไม่ยอมทำงานและขอเงินตนใช้ตลอดเวลา และมักมีอารมณ์รุนแรงเมื่อไม่พอใจก็จะตบตี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 64 ทะเลาะกันเรื่องแมวของนายธนกฤตที่ไปทำความเสียหายในห้องพักโรงแรม ตนเองเลยไปชำระเงินที่โรงแรมให้ โดยไม่บอกเขาก่อน เขาจึงโกรธว่าไม่ให้เกียรติเขา เกิดการโต้เถียงกันนายธนกฤตทำร้ายร่างกายตนจนบอบช้ำตั้งตัว หน้าตาบวมปูดต่อมาช่วงวันที่ 14 ม.ค.-25 ก.พ.65 นับเป็นการทำร้ายครั้งที่ 2-9 ต่อเนื่องกัน ระหว่างที่อาศัยอยู่คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ จ.ชลบุรี นายธนกฤต ต่อยหน้าตบตี มีครั้งหนึ่งกระทำถึงขั้นสลบไปและพ่อตนได้พาไปแจ้งความ

ต่อมาวันที่ 11 ก.ค.65 ศาลสั่งจำคุกนายธนกฤต 1 ปี 4 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ติดกำไลอีเอ็ม จากนั้นนายธนกฤตก็มาง้องอนขอคืนดีสัญญาจะไม่ทำอีกและไปไหว้ขอขมาพ่อ ตนจึงใจอ่อนยอมอภัยและขอแถลงต่อศาลให้ถอดกำไลอีเอ็มก่อนกำหนดและประกันตัวให้ 10,000 บาท

หลังนายธนกฤตได้ถอดกำไลอีเอ็มก็อ้อนวอนให้ตนไปถอนแจ้งความคดีทำร้ายร่างกายอีกหลายท้องที่ แต่ตนก็ทำทีไปโรงพักแต่ก็ไม่ได้ไปถอนแจ้งความ พอนายธนกฤต เข้าใจว่าตนถอนแจ้งความแล้วทีนี้นิสัยเดิมก็ออก เวลาที่ตนไปทำงานที่ไหนนายธนกฤต ก็จะตามไปด้วยและมักจะแสดงอาการหึงหวง และพอเวลาที่ตนไม่ให้เงินใช้ก็จะโมโหทำร้ายร่างกาย

437350 308360783201 605982

ช่วงเดือน พ.ค.-พ.ย.65 นาย ธนกฤต ได้ทำร้ายร่างกายตนเป็นครั้งที่ 10-17 และยังข่มขู่บังคับให้ออกไปเจอเพื่อมีเพศสัมพันธ์กันจนกระทั่งวันที่ 13 ต.ค.65 ตนรู้ตัวว่าตั้งครรภ์จึงพยายามปกปิดและต้องการจะเลิกราเพราะติดว่าเลี้ยงลูกคนเดียวได้ แต่นายธนกฤต สืบรู้ว่าตนตั้งครรภ์และพยายามจะขอเงินตนใช้อีก เมื่อไม่ได้เงินก็จะทำร้ายร่างกายตนทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ประจานและข่มขู่ฆ่าพ่อแม่ทำให้ตนเกรงว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ย.65 เป็นครั้งที่ 18 ที่ นายธนกฤต ได้ทำร้ายร่างกายตนอีกครั้ง และใบหน้าเป็นรอยฟกช้ำ บริเวณหูเป็นแผลจากการโดยต่อยท้องและต่อยหน้า เหมือนพยายามจะทำให้แท้ง เหตุเกิดย่านรามคำแหง 2 และได้แจ้งความไว้ที่ สน.อุดมสุข ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

ยืนยันว่าทุกครั้งสติสัมปชัญญะครบไม่มึนเมา เขาจะมีอารมณ์หัวร้อน โมโหรุนแรง ไม่ฟังเหตุผลใด ๆ สาเหตุหลักเป็นเรื่องของเงิน เขาต้องการเงิน เขาไม่ทำงาน และขอแต่เงินตนเอง อยากให้ตนเองดูแลเขาและต้องการให้ตนเปลี่ยนเขาเป็นสามีในอนาคต ซึ่งตอนนี้ ยอมรับว่า เสียใจมากและกลัวมากเพราะใบหน้าตนเองต้องใช้ทำมาหากิน และมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาจะมาตามรังควานครอบครัว ตนเองไม่รู้จักที่อยู่เขา จะนัดเจอกันที่โรงแรม สถานที่ต่าง ๆ ไม่เคยไปบ้านเขา แต่เขารู้จักบ้านตนเอง ส่วนใหญ่การไปเจอกันก็ต้องมีเรื่องเหตุการณ์ทั้งนั้นเช่น จะมาขอเงินตนเองมาขอเครียล์เรื่องแมว ปัญหาต่าง ๆ เรื่องลูกในท้องเป็นครั้งสุดท้ายล่าสุดที่เจอ

ตอนนี้อยากบอกเขาว่า ขอให้ตนเองได้อยู่กับครอบครัวและลูกในท้อง ขอรักษาลูกเอาไว้ไม่อยากทำแท้ง และไม่อยากให้เขามายุ่งเกี่ยวอะไรกับครอบครัวตนเองอีก

786228

ด้าน นายธนกฤต (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าทำร้ายร่างกาย น.ส.เอ แฟนสาวจริง แต่ไม่ถึง 17-18 ครั้งตามที่อีกฝ่ายอ้าง โดยแต่ละครั้งตนทำลงไปเพราะต้องการทวงเงินคืน เนื่องจาก น.ส.เอ หลอกเงินตนไปรวมเกือบ 500,000 บาท อ้างว่าจะนำไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินมรดกที่ตนได้มาหลังจากพ่อเสียชีวิตเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต

โดย น.ส.เอ หลอกตนหลายรอบ ครั้งแรกได้เงินสดไปรวม 300,000 บาท หลังจากนั้นหลอกเอารถจักรยานยนต์ฮอนด้าราคา 170,000 บาท ไปจำนำ และนำมือถือไอโฟนของตนไปจำนำด้วย โดยตนทวงเงินมาตลอด แต่ น.ส.เอ ไม่ยอมคืน ตนเคยคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้ว 1 ครั้ง ฝ่ายหญิงก็โทรมาถามว่าตายหรือยัง

401532

นายธนกฤต กล่าวต่อว่านอกจากตนแล้วยังมีผู้เสียหายคนอื่นที่ถูกหลอก ซึ่งตนรวบรวมได้ประมาณ 7 รายยอดเงินกว่า 1 ล้านบาท ตัวเองไม่ได้แจ้งความเพราะเห็นว่าฝ่ายหญิงเป็นแฟน และฝ่ายหญิงก็บอกว่าแจ้งไปก็ไม่ได้เงินจึงเลือกที่จะทวงด้วยตัวเอง

ส่วนที่ น.ส.เอ บอกว่าท้องตนก็ทราบจากเจ้าตัวแต่ยังไม่เห็นหลักฐานซึ่งตนก็ดีใจและยินดีรับเป็นพ่อเด็ก ทั้งนี้ตัวเองยังงงที่ฝ่ายหญิงไปร้องเรียน เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังชวนตนไปอยู่ด้วยกัน บอกว่าจะหนีไปเชียงใหม่กับตน แต่จู่ ๆ ก็มาเป็นแบบนี้และที่ผ่านมาก็ยังติดต่อกันตลอดไม่ได้เลิกขาด

 

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม