advertisement

แพทย์ เรียกร้องหยุด "กัญชาเสรี" ชี้ เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชน

20 ก.ย. 65

แพทย์กว่า 1,300 รายชื่อ เรียกร้องรัฐบาลปิดภาวะ "กัญชาเสรี" ชี้ เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมอย่างครอบคลุม

วันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์เรียกร้องให้ปิดกัญชาเสรีในสภาวะสูญญากาศ ผ่านเฟซบุ๊ก Smith Fa Srisont โดยระบุว่า แถลงการณ์จากแพทย์ทั่วประเทศ จำนวน 1,363 คน ที่ต้องการให้ปิดสุญญากาศของกัญชาเสรีในขณะนี้ 

โดยเนื้อความของแถลงการณ์ระบุว่า เนื่องจากประกาศกระทรงสธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ.2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2585 ที่ผ่านมาได้กำหนดให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติด แต่ ณ ปัจจุบันยังคงไม่มีนโยบายควบคุมการใช้กัญชารวมถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมอย่างครอบคลุมและปลอดภัย จนอาจเรียกได้ว่าประเทศไทยมีเสรีกัญชามากที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 3 เดือนแล้ว ส่งผลให้มีการใช้กัญชาเชิงนันทนาการอย่างแพร่หลายในชุมชน นำไปสู่การเข้าถึงการใช้กัญชาของเด็กและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งผิดไปจากเหตุผลของการออกนโยบายกัญชาเสรีที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเคยกล่าวอ้างว่าต้องการให้ประชาชนได้เข้าถึงกัญชาทางการแพทย์มากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้กัญชาโดยปราศจากข้อปงชี้ทางการแพทย์นั้นมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ขัดเจนมากมายว่าส่งผลกระทบต่อร่างกายและการเจริญเติบโตของสมองในเต็กและวัยรุ่นอย่างมาก

สถานการณ์ในปัจจุบันจึงนับเป็นภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขและสุขภาพรองประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างแท้จริงแพทย์ทั่วประเทศไทยตามรายชื่อแนบ 1,363 รายชื่อ ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยเล็งเห็นถึงความรุนแรงและเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงขอสนับสนุนข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายกัญชาของประเทศไทยโดยแพทยสภา แพทยสมาคม ราชวิทยาลัยต่างๆ และวิทยาลัยที่ออกประกาศในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2565 รวมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องปิดภาวะกัญชาเสรีในทันที โดยไม่ควรรอการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมกัญชาและกัญชงที่จะมีในอนาคต เนื่องจากต้องใช้เวลาในพิจารณาข้อกฎหมายตามระบบระเบียบเป็นเวลานานและการงรอจะยิ่งสร้างความเสียหายต่อเนื่องกับประเทศชาติในวงกว้าง จึงควรพิจารณาหยุดภัยคุกคามทางสาธารณสุขครั้งนี้โดยเร็วที่สุด และดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนตามหลักการ 'Primum non nocere / First, do no harm' เป็นสำคัญ

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่