เมียน่วมร้องผัวทหารซ้อมบังคับหย่า จ่าแฉกลับคลั่งทุบรถ โชว์รูปจุ๊บหนุ่มอ้างอยู่วัด (คลิป)

6 ก.ค. 65

จากกรณีเพจ "อีซ้อขยี้ข่าว" โพสต์ภาพหญิงสาถูกสามีซึ่งเป็นทหารทำร้ายร่างกาย ตามลำตัวมีภาพเเผลบอบช้ำไปทั่ว พร้อมกับระบุข้อความว่า "เธอถูกสามีที่เป็นทหารยศจ่าสิบเอกบังคับให้เซ็นใบหย่า ถ้าไม่ยอมก็ทำร้าย หนักสุดมีดจี้คอ ลากมากระทืบต่อหน้าเพื่อนทหารด้วยกัน กล่าวหาเธอว่าแอบคบชู้ ทั้งๆ ที่สามีเป็นฝ่ายขอเลิกเพราะพบรักกับสาวคนใหม่ โยนเสื้อผ้า ไล่ออกจากบ้านกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่โคราช....ส่วนรอยช้ำตามร่างกายที่เห็นนั้นคือตอนกลับไปเอาโฉนดที่ดินและทรัพย์สินบางส่วน สามีมาเจอปรี่มาแย่งคืน ก่อนบรรเลงเพลงมวยใส่ไม่ยั้ง แล้วจับขังไว้จึงแอบหนีแต่ผัววิ่งไล่ถือค้อนตามมาทุบรถใช้มีดจี้ลากไปกระทืบต่อหน้าเพื่อนทหารด้วยกันต้องไปโรงพยาบาลเองในสภาพเช่นนี้

679925

เธอมาร้องขอความช่วยเหลือเพราะตอนนี้แม้เลิกรากับสามีได้เกือบ 2 เดือน แต่ยังถูกตามราวีเกือบทุกวัน มีโทรมาขอเงินเพื่อจะเอาไปใช้เจ้าหนี้กู้ ถ้าไม่ให้จะมาทำร้ายพ่อ แม่ ขู่สารพัดว่านายใหญ่พรรคพวกเยอะไม่มีใครแตะได้และเจ็บตัวไม่เท่าไหร่แต่ถูกผัวฟ้องมีหมายศาลมาติดว่าเธอมีชู้ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง..."

362734

โดยสามีที่ทำร้ายคือ จ่าสิบเอกสันติ นายทหารชั้นประทวน ส่วนฝ่ายหญิง คือนางทาริกา หรือ เฟิร์น อายุ 33 ปี โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ฝ่ายชายได้ขอหย่าก่อนจะด่าฝ่ายหญิงสารพัด ด่าถึงพ่อแม่ ก่อนจะไล่ ให้ออกจากบ้านพัก ให้ไปเก็บของออก เเต่ตอนนั้นฝ่ายหญิง ดูแลแม่ที่ป่วย อยู่ที่ จ.นครราชสีมา ฝ่ายหญิงจึงตัดสินที่จะหย่า และขาดการติดต่อ

550198

จนกระทั่ง วันที่ 10 พ.ค. 65 เวลา 18.30 น. ฝ่ายหญิงตัดสินใจ กลับไปที่บ้านพักในค่ายทหารเพื่อเอาโฉนดที่ดิน กับทองสินสอดคืน เนื่องจากมีการเก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าในบ้านพัก แต่เหตุการณ์วันนั้นนายทหารกลับด่า "อีเหี้-" เเละบอกว่าสิ่งของทั้งหมดอยู่กับแม่ของนายทหาร ก่อนจะมีการกระชาก เตะ กระทืบไป 1 ครั้ง และขังไว้ในบ้านพัก เมื่อฝ่ายหญิงหนีออกทางหลังบ้านได้ ก็ใช้ค้อน มีดปลายแหลมมาทุบรถจนกระจกเเตก ฝ่ายชายเห็นก็วิ่งเข้าหาแย่งมีดเอามาทุบรถฟันรอบคันก่อนจะใช้มีดจี้คอ บอกว่า "กูจะฆ่ามึงให้ตายคาตี-" หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงก็ถูกทั้งเตะ ต่อย ตบ กระทืบ ไปหลายครั้ง ต่อหน้าเพื่อนทหาร โดยไม่มีใครเข้ามาช่วยห้าม ก่อนมีเพื่อนบ้านที่ห่างไป 200 เมตร เข้ามาช่วยพยุงขึ้นรถขับรถออกไป

517375

ในวันเดียวกัน เวลา 19.00 น. ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ก่อนจะไปตรวจร่างกายที่ รพ.สุรินทร์ ต่อมาวันที่ 11 พ.ค.65 ฝ่ายหญิงไปแจ้งความอีกครั้ง เนื่องจากแม่สามีได้นำ ทอง 1 บาท พระเลี่ยมทอง และโฉนดที่ดินไป

417876963854575218

จนกระทั่งวันที่ 12 พ.ค. 65 พ่อฝ่ายหญิงไปรับและขนของกลับนครราชสีมา หลังจากที่กลับมาอยู่บ้านได้ 2 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุ สามีก็ชอบโทรมาขู่ว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นทหาร มีพรรคพวกเยอะ นายรับรู้ คอยช่วยอยู่ และขู่เอาเงินเพื่อเอาไปใช้หนี้ที่กู้มา นอกจากนี้ สามียังรู้ว่าเธอไปเเจ้งความจึงรีบไปฟ้องหย่า หาว่าตนเองเล่นชู้ ซึ่งตนเพิ่งจะได้รับหมายศาลฟ้องหย่า เรียกเงินจำนวน 300,000 บาท เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา

986299

ด้านจ่าสิบเอกสันติ นายทหารชั้นประทวน สามีของนางทาริกา หรือ เฟิร์น เปิดใจเล่าว่า ตนเเละภรรยาเริ่มคบหาดูใจกันมาตั้งเเต่ปี 2562 โดยไปพบรักกันที่ อ.ปราสาท ช่วงที่คบหากันมาก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะเเว้งเลย จากนั้นก็ตกลงปลงใจ แต่งงานกันเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.63 จดทะเบียนสมรสวันที่ 1 ก.ค.63 ตนทั้งคู่ยังไม่มีลูกด้วยกัน เเต่ภรรยามีลูกติด 1 คนอยู่กับญาติฝ่ายหญิงที่ จ.นครราชสีมา โดยหลังจากเเต่งงาน ฝ่ายหญิงก็มาอยู่กับตนที่บ้านพักแห่งนี้ ซึ่งช่วงที่อยู่ด้วยกันก็ปกติดี หญิงสาวไม่เคยอาละวาด หรือทำลานข้าวของเเต่อย่างใด ตนยอมรับว่าก่อนหน้านี้ตนไม่เคยมีครอบครัวมาก่อน ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาคนแรกของตน

942369

จนกระทั่งช่วง ปลายปี 2564 ประมาณเดือนต.ค. 64 ภรรยาอ้างว่าจะไปปฏิบัติธรรมที่ จ.นครพนม โดยหลังจากกลับมา ตนก็เริ่มผิดสังเกต ภรรยาเริ่มมีอาการเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ตีตัวออกห่าง จนกระทั่งวันที่ 25 ม.ค.65 ที่ผ่านมา วันแต่งงานของน้องสาว ตนจะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งโทรศัพท์ของภรรยา ได้วางโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องนอนของตน ตนได้ยินเสียงไลน์เด้งขึ้นมา ตนไปเปิดดูแต่เป็นรูปโพรไฟล์ ก็พบว่าเป็นรูปที่ภรรยาถ่ายเซลฟี่กับชายอื่น เมื่อตนจับได้ยังเปิดอ่านไม่ได้ เนื่องจากภรรยาล็อกรหัส หลังจากนั้นเกิดการทะเลาะกัน เเต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ภรรยาก็ไม่ยอมรับเลยว่าตัวเองแอบนอกใจไปมีคนอื่น จากนั้นตนทั้ง 2 คนก็ทะเลาะระหองระแหงกันมาโดยตลอด เเต่ก็ไม่ถึงขั้นรุนเเรง

จนวันที่ 5 พ.ค.65 ภรรยาของตนไม่ได้อยู่ที่บ้านพัก เพราะกลับไปอยู่ที่ นครราชสีมา ไปดูแลเเม่ที่ป่วย จากนั้น ผู้ชายคนเดียวกับในภาพที่ถ่ายคู่กับภรรยาในไลน์ได้แอดเพื่อนในเฟซบุ๊กของตนมา เมื่อตนรับเเอดเเละเข้าไปดูก็พบภาพบาดตาบาดใจ ที่ภรรยาของตนถ่ายคู่กับฝ่ายชาย มีทั้งภาพจุ๊บปาก เเละภาพคู่กัน มีวันที่ระบุชัดเจนคือช่วงสิ้นปี 2564 เป็นช่วงที่ภรรยาอ้างว่าไปปฏิบัติธรรม

จนกระทั่ง 10 พ.ค.65 เวลาประมาณ 17.00 น. ภรรยามาจอดรถหน้าบ้าน ตนกำลังนอนคุยโทรศัพท์กับน้องชายที่อยู่ต่างประเทศ จู่ ๆ ภรรยาก็ได้เข้ามาดึงประตูบ้านพักที่ค่ายทหารอย่างแรงดึงประมาณ 3-4 ครั้ง เเต่ตอนนั้น ตนไม่ทราบว่าตอนนั้นเป็นใคร จึงลุกออกจากที่นอนไปเปิดประตู ภรรยาก็ได้กระโดเข้ามาใส่ตนและกระชากคอเสื้อ เพื่อถามหาทองและโฉนดที่ดินที่ตนเก็บไว้ อีกทั้งยังจะกระชากโทรศัพท์มือถือของตนเพื่อนำไปลบหลักฐานที่ตนแคปไว้ว่าภรรยานอกใจอีกด้วย

125404

จากนั้นตนก็ผลักภรรยาล้มลงกับพื้น ภรรยาจึงหยิบค้อนเเละมีดปลายแหลมออกมาจะเเทงตน ตนจึงหลบออกหน้าบ้าน ดันประตูปิดไว้ เเละล็อกกุญเเจ ไม่ให้ออกมา กลัวว่าเรื่องราวจะบานปลาย จากนั้นตนจึงเดินไปบ้านตรงข้าม เพื่อให้ภรรยาสงบสติอารมณ์ ก่อนที่ตนจะได้ยินเสียงทุบรถ โดยรถของตนได้รับความเสียหายรอบคัน กระจกหน้าเเตก ต้องหมดเงินซ่อมไป 30,300 บาท

545731

หลังจากนั้นก็ต่อสู้กัน ยืนยันไม่ได้ใช้มีดขี้คอ เเต่มีการจับข้อมือเเละบอกให้หยุด ยอมรับว่าตบหน้าฝ่ายหญิงไป 1 ครั้ง เเต่ไม่ได้มีการ เตะ ต่อย หรือกระทืบใด ๆ ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะต่อสู้กลับ ต่อยบ้องหูซ้ายตนคืน เหตุการณ์นี้ กิดขึ้นราว 30 วินาที ก่อนจะมีคนมาช่วยห้าม ภรรยาก็ยังยืนชี้หน้าด่าตนต่ออีก ก่อนจะขับรถกระบะออกไป เเละไปเเจ้งความกับไปตรวจร่างกาย จากนั้นมาตนก็ไม่ได้โทรติดต่อกันอีกเลย

ทั้งนี้ ของทุกอย่างที่ภรรยาถามหาอยู่ที่ตนทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่เเม่ โดยโฉนดที่ดินเป็นชื่อของภรรยาจริง เเต่สาเหตุที่ต้องเก็บไว้ เนื่องจาก ตนและภรรยามีหนี้สิน ตนจึงตัองเอารถตัวเองเข้าไฟแนนซ์เเละเอาเงินจำนวน 600,000 บาท มาไถ่โฉนดที่ดินให้ภรรยา จำนวน 300,000 บาท เเละมีการโอนเงินให้ใช้อีก 100,000 บาท ตนไม่ติดใจใด ๆ เเต่อยากได้เงินที่ไปไถ่โฉนดให้ 300,000 บาทคืนเท่านั้น หรือถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะตนอยากจะจบที่เรื่องหย่า เเล้วจะคืนโฉนดให้

ตนยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้นอกใจภรรยา เเต่ภรรยาต่างหากที่มีคนอื่น เมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.65 ที่ผ่านมา ตนก็ยื่นเรื่องฟ้องหย่าเเล้ว โดยส่งหลักฐานทุกอย่างให้ศาลเเล้ว ตนไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะเกรงว่าจะกระทบกับรูปคดี เกรงว่าฝ่ายหญิงจะเสียหายไปมากกว่านี้ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดก็กลัวจะกระทบกับหน้าที่การงาน ตนมีปัญหาครอบครัว ก็ไม่มีจิตใจที่จะทำงาน นอนไม่เต็มอิ่ม กินข้าวไม่ค่อยได้ สภาพจิตใจย่ำเเย่ แต่ตนก็จะมุ่งมั่นทำงานรับใช้ประเทศชาติต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่