"อิ๋งอ้อย" เผยทรัพย์สมบัติ "อิ๋งอิ๋ง" บริจาคสร้างวัด ทำมูลนิธิ

3 ก.ค. 65

หลังจากอดีตพิธีกรชื่อดัง "อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี" เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุด "อิ๋งอ้อย สิทธิวดี" น้องสาว เผยทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพี่จะบริจาค สร้างวัดและทำมูลนิธิ

 

โดย "อิ๋งอ้อย สิทธิวดี" และ "อุ๊อู๋ สิทธิภาณี" น้องสาวของ "อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี" ได้เผยกับสื่อมวลชนว่า 

“เมื่อเช้าเวลา 06.13 น. พี่อิ๋งค่อยๆ ดาวน์ลง หยุดหายใจลงไปเอง เหมือนระบบร่างกายชัตดาวน์หยุดหายใจลงไปเอง ก่อนหน้านี้ พี่อิ๋งเข้า รพ.ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. เขาปิดไม่อยากให้น้องตกใจ พอเรารู้ก็ไปหาเขาที่ รพ.รามาฯ เขายังพูดได้ ทุกอย่างตอบรับได้ อาทิตย์ถัดมาคุณหมอบอกว่าอยากให้มาเซ็นเอกสารฉบับหนึ่งที่ รพ. ให้เซ็นว่าไม่ปั๊มหัวใจ และไม่ใส่ท่อไม่ทำอะไรเลย เรายังรู้สึกว่าพี่อิ๋งยังตอบรับได้ดีอยู่เลย”

 

“พอเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ระบบร่างกายพี่อิ๋งเริ่มไม่ตอบรับ ถามอะไรก็เริ่มตอบรับช้า ถามพี่อิ๋งว่ารู้สึกไหมว่าระบบการตอบรับช้าลง แต่เค้าก็ยังตอบว่าอืม ช้าลง แต่พอหลังจากวันที่ 20 ถามอะไรพี่หญิงไม่ตอบรับแล้ว เมื่อสองวันที่แล้วสงสารเขาที่สุด เพราะว่ามือเค้าปัดป่ายไม่รู้อะไรแล้ว ไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้เลย มือคว้าสายออกซิเจนและกระชากออก บอกว่าไม่เอาแล้ว จากที่พูดไม่ได้ เขาก็กระชากสายออกซิเจนออกและพูดว่าไม่เอาแล้ว”

 

“พี่อิ๋งเป็นคนที่ทำบุญเยอะมาก เป็นความโชคดีว่าวันสุดท้ายก่อนที่พี่หญิงจะไม่รู้เรื่อง มีพระที่พี่อิ๋งนับถือจากภูทับเบิกขึ้นมาทำฟันที่กรุงเทพฯ เราก็โทรหาครูบาขอให้ท่านมาหาพี่อิ๋ง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่พี่อิ๋งไม่รู้สึกตัวแล้ว ตอนที่ท่านมาก็บอกพี่อิ๋งว่าครูบามา ระหว่างที่ไม่รู้สึกตัวนะพี่อิ๋งก็ยกมือไหว้และบอกสาธุๆ ตลอดเวลา”

 

“ก่อนที่พี่อิ๋งจะเสียพวกเราก็ไปนั่งเฝ้าแกที่รพ. พยาบาลก็บอกว่ากลับไปก่อนค่ะ เพราะตอนนี้ความดันพี่อิ๋งยังดีอยู่ คงยังไม่ตกวูบไปเลย เดี๋ยวถ้าค่อยๆ เขยิบลงจะโทรเรียก ก็ซ้อมมาหลายรอบตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว พอรพ.สั่งมาเลยค่ะเราก็ไป แต่พี่อิ๋งก็โอเค กลับมาดีขึ้น พอเมื่อวานรพ.บอกกลับเลยค่ะ เดี๋ยวตอนเช้ามาใหม่ พอ 06.06 น. พยาบาลโทรเข้ามา บอกว่าให้รีบมาเดี๋ยวนี้ แล้วพี่อิ๋งก็ไปเลย พวกเราไปไม่ทัน แค่ไม่ถึง 7 นาที ที่โทรหาเราพี่อิ๋งก็สวิตช์ก็ดับไปเลย เราก็ถามหมอว่าถ้าปั๊มขึ้นมาพี่อิ๋งสามารถมีชีวิตอยู่ได้ไหม หมอก็บอกว่าไม่ได้แล้ว”


“ทำใจตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แกส่งสัญญาณมาตั้งแต่เสาร์ที่แล้ว ก็เป็นวาระสุดท้ายของเขาจริงๆ ระบบมันค่อยๆ พังไปทีละระบบ ปัสสาวะก็ไม่ถ่ายแล้ว น้ำในปอดก็ไม่ออกแล้ว แต่เขาก็ไม่ร้องนะคะ ไม่ทุรนทุรายอะไรเลย แกจากไปอย่างสงบ”

 

“อิ๋งอิ๋ง” ได้สั่งเสียอะไรไว้ไหม?

“ไม่สั่งเสียอะไรไว้เลยค่ะ เรายังบอกเลยว่า พี่อิ๋งอยากให้อ้อยทำอะไรไหม อ้อยจะทำให้ เขาก็บอกว่า เดี๋ยวเขาจัดการเอง ไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้พี่อิ๋งบอกว่าถ้าตายก็ไม่อยากจัดงานศพ เพราะไม่อยากให้ใครมาร้องไห้”

 

“พี่อิ๋งอยากบริจาคร่างกาย แต่เชื้อมะเร็งไปเต็มร่างกายหมดแล้ว ดังนั้น ร่างกายไม่สามารถบริจาคให้ใครได้ ตอนที่พี่อิ๋งยังนอนรักษาตัวอยู่ต้องเจาะน้ำออกจากปอด หมอบอกว่า มะเร็งแทรกไปหมดแล้ว ร่างกายให้ไปก็ไม่มีประโยชน์”

 

“เมื่อ 3 ปีที่แล้วหลังจากทำคีโม 24 ครั้ง ตอนที่เขารู้ว่าเขาเป็นมะเร็งคือระยะที่สองแล้ว จากนั้นเขาก็สู้มาโดยตลอด แต่ครั้งหลังเขาสู้ไม่ไหว เขาจะเข้ามาให้คีโมแต่เม็ดเลือดขาวต่ำมาก และไม่สามารถทำคีโมได้ ต้องให้เลือดเพิ่ม พอให้เลือดเพิ่มพี่อิ๋งก็ไม่สู้แล้ว”

 

ได้บอกอะไรกับพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายบ้าง “อิ๋งอ้อย” เผยว่า

“พี่อิ๋ง ถ้าเหนื่อยก็พัก พี่อิ๋งไม่สู้ก็ไม่เป็นไร ที่เหลืออ้อยกับน้องสาวจัดการให้เอง ไม่ว่าบริษัทหรือสิ่งต่างๆ ของพี่อิ๋งเราคุยกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ทรัพย์สมบัติของพี่อิ๋งทั้งหมดอ้อยถามน้องสาวว่าเอาไหม อ้อยก็บอกว่าอ้อยไม่เอา เราทั้งสองคนเลยคุยกันว่าทรัพย์สมบัติของพี่อิ๋งทั้งหมดหลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเสร็จ เราจะบริจาคทั้งหมด”

 

“พี่อิ๋งเป็นคนชอบทำบุญ เราได้ถามพี่อิ๋งก่อนหน้านี้ว่าเอาให้วัดไหม เพราะว่าเงินของพี่อิ๋ง ทรัพย์สมบัติทั้งหมดสามารถสร้างวัดได้เลย พี่อิ๋งเคยพูดว่าเขาจะยกสมบัติทั้งหมดให้กับลูกอ้อย แต่อ้อยบอกว่าอ้อยไม่รับ เนื่องจากเรามีมือมีขามีสมอง ทำไมเราต้องจ้องที่จะเอาแต่สมบัติเขา และก็ไม่ภาคภูมิใจเลยที่เราจะเอาสมบัติเขาไปใช้ ฉะนั้นไม่มีค่ะ”

 

“หลังจากนี้เราจะตั้งพี่อิ๋งเป็นมูลนิธิขึ้นมาก่อน แล้วก็จะใช้เงินส่วนนี้ในการทำนุบำรุงศาสนา เพราะพี่อิ๋งเขาย้ำมาเลย เราถามพี่อิ๋งเอาวัดไหม เขาพยักหน้า เขาเอา แต่จะเป็นตรงไหนก็แล้วแต่บุญวาสนาเขาพาไป”

 

“สำหรับอัฐิจะเอาไปลอยที่คุณพ่อกับคุณแม่ พื้นเพแกเป็นคนจังหวัดกระบี่ เราก็จะเอาอัฐิไปลอยรวมกับคุณพ่อคุณแม่ที่กระบี่”

 

คิดว่าพี่ “อิ๋งอิ๋ง” ยังห่วงอะไร?

“สิ่งที่พี่อิ๋งห่วงที่สุดตอนนี้คือ ห่วงแมวทั้ง 4 ตัว”

อิ๋งอ้อย เผย ยกสมบัติ อิ๋งอิ๋ง สร้างวัด ทำมูลนิธิการกุศล

สำหรับกระแสก่อนหน้าที่มีข่าวว่าพี่น้องทะเลาะกัน “อิ๋งอ้อย” เผยว่า

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางครอบครัวเป็นคนซัพพอร์ต มีอยู่ช่วงหนึ่งพาพี่อิ๋งไปอยู่กับอ้อยที่บ้าน แต่เขาก็หนีกลับบ้าน เขาบอกมีโลกส่วนตัว เขาบอกกับญาติว่าเขาคิดถึงแมว เขาเป็นผู้หญิงที่สตรองมาก นาทีสุดท้ายเขาเจ็บ เขาก็ไม่ร้องเลย หมอบอกเขาไม่ร้องเลยเป็นไปได้ยังไง ไม่มีร้องเจ็บโอดโอยเหมือนคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”

 

“พี่อิ๋งเคยบอกว่าทะเลาะกับอ้อย ต้องบอกว่าอ้อยกับพี่อิ๋งเราเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เวลาเราเห็นพี่เจ็บพี่ล้ม เราเป็นน้องทำไมเราจะไม่ซัพพอร์ต แม้กระทั่งวันที่เขามีปัญหา พี่อิ๋งจะกลับไปอยู่คนเดียว เราก็บอกว่าไม่ได้ ต้องดึงมาอยู่กับเรา เขาก็มาได้แป๊บๆ ก็กลับไปอยู่คนเดียวและก็บอกกับญาติๆ ว่าสงสารแมว คิดถึงแมว”

 

“แกน้อยใจ แกคุยกับเราแล้วเราก็บอกแกว่าพี่อิ๋งความสุขสุดท้ายของพี่อิ๋งคิดเลย เพราะนาทีนี้เวลาพี่อิ๋งเหลือน้อย ให้ไปคิดให้ดีๆ อะไรที่มีความสุข อยากทำอะไรพี่ทำเลย ความสุขของพี่อยู่ตรงไหนไปตรงนั้น”

 

ส่วน ประเด็นกลับไปคืนดีกับสามี “อิ๋งอ้อย” เผยว่า

“ก็ไม่ได้กลับมาดูแลนะคะ เหมือนเขาบอกว่าเขาคบกันเป็นกิ๊กเฉยๆ กลับมาก็เจอกัน ออกไปทานข้าว พี่อิ๋งก็ดูแลตัวเอง เขาไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้าน นาทีสุดท้ายของพี่อิ๋งจนวันนี้ แม้กระทั่งพิธีรดน้ำศพ แต่งหน้าศพ ก็พี่น้องนี่แหละ ส่วนวันอื่นๆ เขาจะมาไหมก็แล้วแต่เขา ตรงนี้เราทำให้พี่สาวเราอย่างดีที่สุด ส่งเขาให้มีความสุขที่สุด ก็ไม่ได้โกรธอดีตสามีพี่ เขาโตแล้ว มันคือความสุขของเขา ทุกคนมีครอบครัวแยกกันไป เรารู้ความสุขของเราอยู่ที่ไหน ความสุขของพี่อิ๋งอยู่ตรงไหนพี่อิ๋งทำเลย”

 

สำหรับเรื่องงาน “อิ๋งอิ๋ง” ตอนช่วงที่ป่วยยังทำงานเป็นพิธีกรอยู่ โดย “อิ๋งอ้อย” เผยว่า “ทำค่ะ อย่างลงเสียงพี่อิ๋งลงไม่ไหว เลยบอกว่าเสียงอ้อยคล้ายกับพี่เดี๋ยวอ้อยลงให้ เราก็ไปนั่งลงเสียงให้เขาค่ะ การเป็นพิธีกรเป็นความสุขของเขาที่สุดเลย รายการโชคดีนาทีทอง เป็นรายการที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตเขา เป็นช่วงแห่งความสุขของเขา เป็นสิ่งที่ทำให้วันนี้เขายังสู้อยู่ เขาบอกเลยว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเขาจะมาลงเสียงเอง เดี๋ยวเขาจะไปหาลูกค้าเอง”

 

“ส่วนงานของพี่อิ๋งที่ยังรับผิดชอบอยู่มีรายการสั้นที่แกยังทำอยู่ รายการคนไทยไม่ใส่จริต เขาเป็นคนที่ทำนุบำรุงศาสนา บางครั้งในเนื้อรายการไม่ได้มีสปอนเซอร์ซัพพอร์ต แต่แกก็ทำ เพื่อให้คนดูบริจาคมาช่วยเหลือวัด”

 

ส่วนงานที่อาจจะต้องสานต่อว่า “มีลูกค้าที่อยากจะให้ทำ เราก็ดูอยู่ว่าใครจะสานต่อได้ เพราะตัวอ้อยเองก็ทำธุรกิจอยู่กับสามี แต่เราก็จะมาดูว่าอะไรที่เราทำได้เราก็จะช่วยทำ ในส่วนของบริษัทตอนนี้เราเบรกไป ด้วยสปอนเซอร์ค่อนข้างหายากมาก แต่ถ้าสปอนเซอร์คนไหนอยากจะซัพพอร์ตมาเลยค่ะ เราพร้อมทำ”

อิ๋งอ้อย เผย ยกสมบัติ อิ๋งอิ๋ง สร้างวัด ทำมูลนิธิการกุศล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่