close sticky

แก๊งโจ๋ทมิฬไล่ยิงกระบะตาย 1 แฉสาวโหดส่งปืนให้ เหยื่อเผยพิกัดดักฆ่าจุดกลับรถ (คลิป)

0
13 ต.ค. 64

วันที่ 12 ต.ค. 64 เวลาประมาณ 17.30 น. ร.ต.อ.เอกพงษ์ รัตนะชัยรอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน ใช้รถ จยย. ไม่ทราบสียี่ห้อ และแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนยังไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่รถยนต์ที่จอดอยู่ถนนสี่เลนสายยะลา - บ้านเนียง ในพื้นที่บ้านหน้าถ้ำ หมู่ที่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา


245605


ส่งผลให้นายหะมะสุกรี เป๊าะอีแต อายุ 25 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกคนชื่อ นายอาราฟัด สาและ อายุ 25 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายบุรฮัน สาแม อายุ 28 ปี และมุขลิส สาแม อายุ 22 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ


894781


ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้ภาพกล้องวงจรปิด ช่วงเวลาเกิดเหตุ จากกล้องหน้าร้านอาหาร รถกระบะผู้เสียหายขับมาจอดข้างทางพร้อมกับรถที่ก่อเหตุ จากนั้นนายมุขลิสลงจากรถกระบะ ไปถีบรถ จยย. ของพวกคนก่อเหตุล้ม


632707964197


จากนั้น นายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ ลงจากรถประตูเดียวกันไปช่วยเพื่อน ส่วนนายหะมะสุกรี ผู้เสียชีวิต ลงรถกระบะตามลงมาจากฝั่งข้างคนขับ จากนั้นทั้ง 3 คนวิ่งขึ้นรถ แต่นายอาราฟัดขึ้นไปทัน วิ่งหนีไปหน้ารถกระบะ จังหวะนั้นจะเห็นคนก่อเหตุเสื้อดำยิงปืนจากด้านหลังกระบะ จากนั้นอาราฟัดวิ่งหนีไปเกาะกลาง ทางด้านขวามือของกล้อง


296382


วันที่ 13 ต.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ถนนสี่เลนสายยะลา - บ้านเนียง ในพื้นที่บ้านหน้าถ้ำ หมู่ที่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 30 เมตร พบรอยต้นไม้เกาะกลางถนนหัก 1 ต้น


830703


นางสาวแก้ว (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นพนักงานในร้านอาหาร เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. ตนเห็นรถกระบะ 1 คัน กับรถจักรยานยนต์ 4-5 คัน มาจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม เหมือนจะมีเรื่องทะเลาะกัน จากนั้นได้ยินเสียงปืนหลายนัด ตนก็รู้สึกตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบในร้าน เพราะกลัวถูกลูกหลง จากนั้นประมาณ 3 นาที เหตุก็สงบลง


554492


แล้วเจ้าของร้านก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมายังจุดเกิดเหตุ ส่วนตัวรู้สึกว่ามันทำเกินกว่าเหตุ และอุกอาจมากเกินไป เพราะยิงกันกลางเมืองไม่กลัวกฎหมาย ชาวบ้านคนอื่นก็กลัวกันหมด ตนคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นใครก่อเหตุแถวนี้ สุดท้ายนี้ ตอนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนก่อเหตุให้ได้เร็ว ๆ เพราะชาวบ้านก็หวาดกลัว ที่สำคัญกลุ่มวัยรุ่นมีปืนกันแทบทุกคน


833096


จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านของนายหะมะสุกรี เปาะอีแต อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา มีญาติเดินทางมาแสดงความเสียใจที่บ้าน หลังจากที่มีการนำศพนายหะมะสุกรี ไปฝังที่กุโบ ตามพิธีกรรมของศาสนาอิสลามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า


นายสมัย เปาะอีแต อายุ 65 ปี พ่อผู้เสียชีวิต บอกว่า นายหะมะสุกรี เป็นลูกชายคนสุดท้อง มีนิสัยที่ร่าเริง ขยันทำงาน และเป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะทุกครั้งที่ได้เงินก็จะเอามาให้พ่อแม่ และไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน วันเกิดเหตุ 12 ต.ค. 64 ตนทราบว่าลูกชายจะไปบ้านของนายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่แถวแยกเตาปูน ต.ท่าสาป ทุกอย่างก็ปกติดี ไม่มีลางบอกเหตุ แล้วก็มาทราบข่าวว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต เมื่อช่วงเวลา 18.00 น. ก็รู้สึกตกใจ โดยเฉพาะแม่ของผู้เสียชีวิต


cg


สภาพจิตใจทางครอบครัวรู้สึกแย่มาก ยังทำใจไม่ได้ ตนสงสัยว่าคนก่อเหตุยิงลูกตนทำไม ลูกชายตนไปทำอะไรให้ แล้วบุกยิงกันขนาดนั้น ยิงลูกชายตนเหมือนหมาตัวหนึ่ง ไม่เห็นคุณค่ากันเลย พวกที่ก่อเหตุ ก็เหมือนสัตว์ ไม่ใช่คน เพราะคนไม่ทำกันแบบนี้ ตอนนี้ตนเสียลูกชายไปแล้ว ก็อยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย อยากให้ตำรวจเร่งจับตัวคนก่อเหตุมาลงโทษสูงสุด ประหารหรือจับมันควักลูกตาออกมาให้ตาย เพราะคนแบบนี้อยูไปก็เป็นมารสังคม ชาวบ้านคนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะความคึกคะนองของวัยรุ่นคนก่อเหตุ


419774


ด้านนายบุรฮัน สาแม อายุ 28 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เป็นคนขับรถกระบะ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนกำลังมาจากบ้านของนายหะมะสุกรี ผู้เสียชีวิต โดยจะไปบ้านของนายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ ซึ่งนายหะมะสุกรี ผู้เสียชีวิต นั่งข้างตน ส่วนนายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ นั่งเบาะข้างหลังของนายหะมะสุกรี ผู้เสียชีวิต ส่วนมุขลิส สาแม นั่งเบาะหลังคนขับ


ตอนที่ขับไปบนถนนสายยะลา-บ้านเนียง ก็ปกติ จนกระทั่งถึงจุดกลับรถใกล้แยกเตาปูน มีวัยรุ่นเกาะกลุ่มกันอยู่แถวนั้น พอกลับรถมาแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุก็ขับรถจักรยานยนต์ตาม ประมาณ 4-5 คัน รวม 9-10 คน ขับมาประกบทางนายมุขลิสก็เกิดความโมโหที่ถูกขับรถตามลงจากรถไป แต่กลุ่มวัยรุ่นท่าทีจะเอาเรื่อง ทำให้นายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ และนายหะมะสุกรี ผู้เสียชีวิต ลงตามไปช่วย จากนั้นตนได้ยินเสียงปืน พร้อมกับทั้ง 3 คน วิ่งกรูกลับมาที่รถ เห็นท่าไม่ดีเลยพยายามจะออกตัวรถ ซึ่งขณะนั้นนายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บขึ้นรถไม่ทัน จึงพยายามวิ่งหนีไปข้างหน้ารถ


643395


ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นคนก่อเหตุกำลังยิงปืนไปที่นายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ ตนจึงตัดสินใจถอยรถไปชนจักรยานยนต์คนก่อเหตุ เพื่อไล่ให้หนีกระเจิง ก็ถูกวัยรุ่นยิงมาที่หน้ากระจกรถแตก ตอนนั้นเหลือบไปเห็นว่านายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บอยู่กับวัยรุ่นอีกกลุ่ม จึงตัดสินใจขับรถกระบะพุงชน เพราะเห็นว่ามีคนยิงนายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ แล้วนายอาราฟัดก็วิ่งขึ้นรถกระบะมา หลักจากนั้นตนจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล


ส่วนตัวรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนก็เป็นอาสาสมัครกู้ภัยชอบช่วยเหลือคน ไม่เคยมีปัญหากับใคร กับกลุ่มวัยรุ่นก็ไม่รู้จัก ยืนยันว่าไม่ได้มีใครหาเรื่องใครก่อนหน้านี้ ตนก็ยังงงว่ายิงพวกตนทำไม แต่ที่ตัดสินใจขับรถชนพวกก่อเหตุ เพราะเป็นห่วงน้อง ๆ ถ้าตนไม่ขับรถไปช่วยตรงเกาะกลางถนน นายอาราฟัด ผู้บาดเจ็บ ก็อาจจะต้องตายอีกคนแน่นอน ทั้งนี้ ตนอยากให้ตำรวจเร่งจับตัวคนก่อเหตุให้ได้ เพราะทุกคนบนรถก็เป็นพี่น้องเครือญาติกัน ตนก็มีความผูกพันด้วยกันทั้งหมด ถ้านายอาราฟัดเสียชีวิตขึ้นมาอีกคน ใครจะรับผิดชอบ


392798


นายกล้า (นามสมมติ) อายุ 18 ปี วัยรุ่นในพื้นที่ บอกว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ตนก็ถูกยิงเหมือนกัน จุดที่พบเจอแถวจุดกลับรถใกล้แยกเตาปูน ตนขับรถจักรยานยนต์โดยมีแฟนสาวนั่งซ้อนท้าย พร้อมกับเพื่อนผู้ชายขับจักรยานยนต์มาด้วยอีกคน เพื่อจะไปเติมน้ำมัน ซึ่งก่อนที่ขับผ่านก็เห็นว่ามีกลุ่มวันรุ่นจอดรถอยู่ข้างทาง ตนก็ไม่ได้รู้สึกอะไร กระทั่งขับรถผ่านก็ได้ยินเสียงปืน 2 นัด นัดแรกเข้าที่บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์ของตน ส่วนอีกนัดโดนที่บริเวณรถจักรยานยนต์ ตนก็รู้สึกตกใจเลยรีบบิดรถหนี แต่ไม่ได้เข้าแจ้งความ


ส่วนตัวรู้สึกตกใจ และก็งงว่ายิงตนทำไม แค่เพราะรถจักรยานยนต์ท่อดังหรือ หรือคิดว่าหมั่นไส้อยากยิงใครก็ยิง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตนรู้สึกโชคดีที่ลูกกระสุนไปโดนรถ ไม่โดนคน ทั้งนี้ ตนจำหน้าคนก่อเหตุได้ แต่ไม่ได้รู้จักกัน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับตัวคนก่อเหตุให้ได้ไว ๆ เพราะมีอาวุธปืน และพฤติกรรมค่อนข้างป่าเถื่อน ยิ่งพอมาทราบว่าวันต่อมาก่อเหตุยิงรถกระบะก็ค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะใช่กลุ่มเดียวกัน


ด้าน พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ให้ข้อมูลว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาให้ความสนใจกับคดีนี้ โดยมีการประชุมหารือในการติดตามการค้นหาคนก่อเหตุ จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง อ้างว่าไม่รู้จักกับกลุ่มคนก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุมีประมาณ 9-10 คน แต่มีผู้หญิงด้วย 1 คนที่ร่วมกันก่อเหตุ และก็ไม่เคยมีปัญหากัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงพุ่งเป้าไปที่เรื่องของการมีปัญหากัน เป็นอริกัน ถ้าเจอตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุก็คาดว่าจะได้เบาะแสเพิ่ม ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ เบื้องต้นกำลังไล่กล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุค่อนข้างเป็นทางธรรมชาติ



ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่