
จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก "ข่าวสาร ชาวปราการ" โพสต์ภาพวงจรปิดพร้อมบรรยายข้อความ ระบุว่า รถจักรยานยนต์ขาใหญ่ ยิงปืนข่มขู่รถบรรทุกขับมากับเมียและลูกวัย 1 ขวบเศษ ย่าน จ.สมุทรปราการ สาเหตุบีบแตรใส่ ถนนบางนาตราด กม. 30+ เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโซเชียล ต่างมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากนั้น


วันที่ 28 ส.ค. 64 นายต่อ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ เดินทางเข้าพบตำรวจ เผยว่า กรณีที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าที่ทำไปเพราะความคึกคะนอง ไม่ได้ทำเพราะโกรธที่คู่กรณีบีบแตรรถใส่ตนแต่อย่างใด โดยขณะเกิดเหตุ 26 ส.ค. 64 เวลา 17.00 น. เป็นช่วงที่ตนขับรถออกจากบ้าน เพื่อจะไปบ้านเพื่อน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ตนเพิ่งกระทำเป็นครั้งแรก เพราะเพิ่งจะได้อาวุธปืนแบลงค์กันสำหรับการแสดงที่ใช้ก่อเหตุ มาประมาณ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุ จากเพจเฟซบุ๊กซื้อ-ขายปืน


วันเกิดเหตุจึงได้พกปืนติดตัวมาด้วย เพื่อกะจะนำไปยิ่งเล่น ยิ่งไล่นก แต่ในขณะที่เจอคู่กรณีบีบแตร่ใส่ ด้วยความคึกคะนอง ตนจึงนำปืนที่เตรียมมา ยิ่งขึ้นฟ้าจำนวน 2-3 นัด อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอโทษทางคู่กรณีสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากบอกว่า เหตุผลที่ตนทำไป เพราะความคึกคะนองเท่านั้น

นายประวิทย์สังข์จริญ อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า คู่กรณีที่ขี่รถจักรยานยนต์ยิงปืนขึ้นฟ้า เหตุเกิดวันที่ 26 ส.ค. 64 ช่วง 17.00 น. ขณะนั้นตนขับรถบรรทุกมุ่งหน้าจะไปส่งของที่นิคมอุสาหกรรมแห่งหนึ่ง จ.สมุทรปราการ กับภรรยา และลูกน้อย 1 ขวบ แต่ช่วงที่ตนขับไปถึง บริเวณ กม.32 ช่วงยูเทิร์นบ้านระกาศ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ขณะที่ตนขับเลยยูเทิร์นได้ประมาณ 30 เมตร
ได้มีรถกระบะและรถคู่กรณีขับมาอยู่ในเลนขวา หลังจากยูเทิร์นเสร็จ ตนจึงทำการบีบแตร่เตือน 3 ครั้ง เนื่องจากตนเป็นรถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ เกรงว่าจะทับรถเล็กที่อยู่ใกล้ ๆ หากคู่กรณีขับเบี่ยงซ้ายมาหารถของตน อย่างกะทันหัน แต่ผู้ก่อเหตุไม่พอใจตน ควักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าจนหมดแม็ก เสียงดังสนั่น ก่อนเร่งเครื่องบิดรถหนีไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ทั้งนี้ ตนยืนยันจะขอดำเนินคดี เนื่องจากมีความกังวลว่าหากตนไม่ดำเนินคดี เจ้าตัวก็อาจจะไปก่อเหตุดังกล่าวซ้ำอีก พรัอมทั้งอยากจะให้ผู้ก่อเหตุมาขอโทษตนกับการกระทำที่เกิดขึ้น สุดท้ายนี้ อยากฝากเตือนถึงบุคคลอื่นที่มีความคิดจะกระทำในลักษณะนี้ให้ควรมีสติ เพราะหากเจอคนจริงอาจจะขับทับหัวหรือเกิดอันตรายได้

หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามความผิดฐาน ขับรถไม่สวมหมวกกันน็อก ใช้อาวุธปืน ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
Advertisement