Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปปง. ชี้กระเป๋าแบรนด์เนม คดีบุ๋ม ปนัดดา หากเป็นของปลอมต้องเผาทิ้ง

ปปง. ชี้กระเป๋าแบรนด์เนม คดีบุ๋ม ปนัดดา หากเป็นของปลอมต้องเผาทิ้ง

8 พ.ย. 69
16:09 น.
แชร์

โฆษกปปง. แจงปมกระเป๋าแบรนด์เนมคดีบุ๋ม ปนัดดา หากตรวจพบเป็นของปลอมจะกลายเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ต้องนำไปเผาทำลาย พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินคนใกล้ชิดทั้งหมด

8 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ส่วนสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวนหนึ่งซึ่งได้มาจากการยึดและอายัดในพื้นที่เป้าหมายที่มีการเปิดการตรวจค้นและจับกุมสองผู้ต้องหา น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และนายอธิป อนันทวรรณ อาทิ รถยนต์ตู้หรู Alphard ทรัพย์สินมีค่า จิวเวลรี่ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สมุดบัญชีธนาคาร ใบอนุโมทนาบัตร วัตถุคล้ายแท่งเงิน ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด เพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งหมดประกอบสำนวนคดี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระเป๋าแบรนด์เนม อาทิ Hermes Kelly Himalaya, Louis Vuitton, BAO BAO, Tory Burch, Hermès, Chanel ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมาจากบ้านพักของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 519/48 หมู่บ้านนาราสิริ โทเพียรี่ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ กลับเป็นที่ตั้งข้อเกตว่ามีรูปลักษณะเหมือนไม่ใช่ของแท้ โดยมีผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดังอย่าง “ต๊ะ นารากร ติยายน” ได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟสบุ๊คตนเอง สรุปใจความได้ว่า “กระเป๋าแบรนด์เนมที่ตำรวจเอามาโชว์ตอนแถลงข่าว ล้วนเป็นของปลอมทั้งนั้น ส่วนของจริงไปอยู่ที่ไหน หรือถูกเอาไปซ่อนหรือไม่” ขณะที่ “พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์“ หรือหมอของขวัญ ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกระเป๋าแบรนด์ของ น.ส.ปนัดดา เช่นกันว่าเป็นของปลอม

นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการตรวจยึดและอายัดไว้ชั่วคราวโดยพนักงานสอบสวน ก่อนส่งต่อสำนวนรายการทรัพย์สินให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. โดยเฉพาะการตรวจสอบและประเมินมูลค่าของทรัพย์สินก่อนขายทอดตลาดเพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด มาชดใช้เฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย ซึ่งนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจยึดทรัพย์สินในคดีมาแล้วนั้น

ทางพนักงานสอบสวนจะมีการทำสรุปสำนวนรายการทรัพย์สินเพื่อแจ้งต่อสำนักงาน ปปง. ว่ามีทรัพย์สินรายการใดบ้างที่ตรวจยึดมา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินจำพวกกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ นาฬิกาหรู ที่ดิน หรือรถยนต์ เพราะในการตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะไม่รู้ในทันทีว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของแท้หรือไม่แท้ แต่รู้เพียงว่ามีลักษณะคล้ายเป็นของแบรนด์เนม จึงต้องยึดมาไว้ตรวจสอบก่อน และเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของ ปปง. ที่จะมีมาตรการทางทรัพย์สินก่อนขายทอดตลาด โดยเฉพาะการตรวจสอบทรัพย์สินและประเมินมูลค่า

ซึ่ง ปปง. จะมีการทำหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญให้มาร่วมตรวจสอบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของจริง หรือของปลอม เพื่อประเมินมูลค่า และจะได้นำไปขายทอดตลาดก่อนนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด มาชดใช้เฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหายในคดี ดังนั้น หากผู้เชี่ยวชาญได้มาตรวจสอบและประเมินมูลค่าทรัพย์สินแล้วพบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของปลอม ศัพท์ของ ปปง. จะเรียกว่า “ทรัพย์นอกพาณิชย์” ซึ่งตามระเบียบแล้วเราจะไม่ส่งต่อให้ศาล ส่วนจะต้องนำไปเป็นของกลางในคดีอาญา หรือต้องนำไปเผาทำลายนั้น หรือจะส่งกลับคืน ก็จะต้องมีการหารือกับพนักงานสอบสวนด้วย แต่โดยหลักการแล้ว หากเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ ก็จะต้องเผาทำลายโดยหน่วยงานเกี่ยวข้อง เหมือนกับของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

รองเลขาธิการ ปปง. เผยอีกว่า ในการตรวจสอบและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. จะมีผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ชั้นยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อตรวจสอบว่าเป็นทรัพย์สินของแท้หรือของปลอม ก่อนจะนำรายการทรัพย์เข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา ฉะนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าทรัพย์สินที่พนักงานสอบสวนได้ยึดอายัดมานั้นเป็นของปลอม เราก็จะไม่ส่งรายการทรัพย์สินเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายของ ปปง. อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้สำนักงาน ปปง. ยังไม่ได้รับรายการสำนวนทรัพย์สินที่พนักงานสอบสวนตำรวจ บก.ปอศ. ได้ตรวจยึดมาจากคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการของคณะพนักงานสอบสวนตำรวจ บก.ปอศ. ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนตำรวจก็จะใช้ดุลพิจารณาว่าอาจมีทรัพย์ใดที่จะให้เป็นของกลางในคดีอาญาหรือไม่ ส่วนถ้าหากมีทรัพย์สินรายการใดที่พนักงานสอบสวนตำรวจจะนำส่งให้กับทาง ปปง. ใช้อำนาจตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ก็จะมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องต่อไป

รองเลขาธิการ ปปง. เผยต่อว่า ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าทรัพย์สินกระเป๋าแบรนด์เนมที่พนักงานสอบสวนตำรวจได้ยึดมานั้นเป็นของปลอม แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวอาจเคยถือของจริงไว้ ก่อนมีการนำไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นตัวเงิน ซึ่งจะสามารถติดตามย้อนหลังได้หรือไม่นั้น ปกติแล้วในการตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลัง ทาง ปปง. สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพราะมันจะมีร่องรอยอยู่ ยกตัวอย่างเช่น อาจมีการนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อหรือไม่ เป็นต้น พร้อมยอมรับว่า ในคดีจำพวกฉ้อโกงประชาชน หรือหลอกลงทุนต่าง ๆ หรือเว็บพนันฯ แผนประทุษกรรมในคดีเหล่านี้มักมีการฟอกเงินผ่านการซื้อทรัพย์สินมูลค่าสูง เพื่อเป็นการแปลงสภาพของทรัพย์ที่ได้มา เสมือนว่าได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย

รองเลขาธิการ ปปง. เผยด้วยว่า สำหรับทรัพย์สินที่มีผลต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องทรัพย์สินจะถูกยักย้าย จำหน่าย จ่ายโอนนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) แต่ถ้าเป็นเงิน หรือธุรกรรมทางการเงิน ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดย้อนหลังว่าธุรกรรมทางการเงินนั้น ปลายทางที่รับโอนไป รู้หรือไม่ว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ถูกต้อง เช่น หากบุคคลรู้ว่าเป็นเงินที่รับโอนมาจากบัญชีมูลนิธิแล้วนำเงินนั้นไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จะอ้างว่าไม่รู้ ก็ไม่สามารถอ้างได้ เพราะเจตนาการตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินของกฎหมาย ปปง. เราจะต้องพิสูจน์เจตนาว่าเป็นการรับทรัพย์สินนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ หากรู้ ก็ส่อเข้าข่ายมีความผิดอาญาฐานฟอกเงินได้

รองเลขาธิการ ปปง. เผยอีกว่า สำหรับกระบวนการที่พนักงานสอบสวนตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลนั้น จะพบว่าดูในเรื่องธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มคนแถวที่สอง และกลุ่มคนแถวที่สาม ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหลักในคดี ซึ่งในภาษาของ ปปง. เราจะเรียกว่า ”ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์“ เพราะส่วนใหญ่แล้วตามกฎหมายของ ปปง. และในคดีส่วนใหญ่ที่เราเคยทำ จะพบว่าทรัพย์สินที่เป็นของผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ มักจะมีความเชื่อมโยงสันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับกับการกระทำความผิด ดังนั้น หน้าที่หลักของผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็จะต้องมาพิสูจน์ให้ได้ว่าได้รับทรัพย์สินหรือเงินนั้นมาได้อย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีโครงการก่อสร้างรายการต่าง ๆ ที่มีการใช้เงินภายในบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายก่อสร้าง แล้วหากท้ายสุดทรัพย์สินเหล่านั้นหรือสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นถูกยึดและอายัดไว้ กรณีเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ที่ยังคงได้เงินค่างวดงานไม่ครบ จะสามารถขอความเป็นธรรมอย่างไรได้หรือไม่นั้น รองเลขาธิการ ปปง. ชี้แจงว่า เรื่องนี้จะต้องไปดูในรายละเอียดก่อนว่าเป็นไปตามที่ผู้เสียสิทธิ์มีส่วนได้เสียมีการกล่าวอ้างหรือไม่ แต่โดยหลักการแล้วหากสิ่งก่อสร้างนั้นถูกยึดและอายัดไว้ตรวจสอบชั่วคราว ก็จะต้องชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน ซึ่งหลักการสำคัญ คือ มันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในสิ่งก่อสร้างหรือรับเงินจากบัญชีมูลนิธินั้น รู้หรือไม่ว่าเป็นเงินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด แต่ท้ายสุดแล้วกฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองคนสุจริต ถ้าหากคุณสุจริต คุณก็มีโอกาสได้รับการคุ้มครองอยู่แล้วจากทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ได้มีการยึดอายัดมา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายการทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานสอบสวนตำรวจได้ตรวจยึดและอายัดมานั้น ยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตำรวจ และยังไม่ได้มีการส่งรายการทรัพย์สินให้กับทางสำนักงาน ปปง. เพื่อมีมาตรการทางทรัพย์สินแต่อย่างใด.

Advertisement

แชร์
ปปง. ชี้กระเป๋าแบรนด์เนม คดีบุ๋ม ปนัดดา หากเป็นของปลอมต้องเผาทิ้ง