
วันที่ 7 พ.ย. 69 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินใน "คดีเงินมูลนิธิองค์กรทำดี"
โดยระบุว่า จากการตรวจสอบพบบัญชีเงินบริจาคเข้ามูลนิธิฯ มีรายการโอนเงินรวม 3,223,667 ครั้ง คิดเป็นยอดเงินบริจาครวมสูงถึง 815,268,697 บาท ซึ่ง "เส้นทางเงินไม่เคยโกหกใคร" จากการสืบสวนและตรวจสอบบัญชีธนาคารทั้ง 3 บัญชีของมูลนิธิฯ พบรายละเอียดสำคัญ ตรวจสอบแล้วพบว่า บุ๋ม ปนัดดา มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินเพียงผู้เดียวในทั้ง 3 บัญชี
เงินในบัญชีถูกโยกย้ายไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิเพียงบางส่วน แต่ส่วนใหญ่กลับถูกนำไปใช้ในกรณีส่วนตัว ทั้งการโอนเงินให้สามี, โอนให้พ่อ, โอนให้ช่าง และโอนให้กรรมการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกว่าเป็นการโอนไปใช้ในเรื่องใดบ้าง
พบบัญชีมีการโอนเงินไปซื้อประกันชีวิตโดยมี บุ๋มปนัดดา เป็นผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงการโอนเงินไปซื้อกองทุน และมีการโอนต่อจากบัญชีกองทุนเพื่อนำไปซื้อเครื่องประดับ มีการนำเงินจากบัญชีองค์กรทำดีไปชำระบัตรเครดิตส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา จำนวน 2 ใบ มีประวัติการรูดใช้จ่ายรวม 251 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 19 ล้านบาท แม้ทาง บุ๋ม ปนัดดา จะอ้างว่าไม่ทราบเรื่องการสร้างพูลวิลล่า แต่จากรูปแบบและพยานหลักฐานในการสอบสวนของตำรวจ เชื่อว่า บุ๋ม ปนัดดา รับทราบเรื่องดังกล่าว
สำหรับด้านการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา บุ๋ม ปนัดดา ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเกิดความสับสนในการเบิกจ่ายเงิน เนื่องจากมีรายการธุรกรรมเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่วนกรณีการโพสต์เปิดรับบริจาคนั้น อ้างว่าตนไม่ได้เป็นคนโพสต์เอง แต่เป็นแอดมินเพจที่เป็นผู้โพสต์ ทั้งนี้ ตำรวจได้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้โพสต์ผลลัพธ์ก็ไม่แตกต่างกัน เพราะพิจารณาที่ปลายทางว่าใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด
สำหรับ ก๊อต อธิป ให้การปฏิเสธเช่นกัน โดยอ้างว่าธุรกรรมทั้งหมดที่ตนทำไปนั้น ทำเพราะเชื่อและปฏิบัติตามคำสั่งของ บุ๋ม ปนัดดาเพียงคนเดียว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่ยังคงมีสถานะอยู่อาศัยร่วมกันฉันสามีภรรยาตามปกติ ขณะนี้ บก.ปอศ. อยู่ระหว่างเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
Advertisement