
วันที่ 3 พ.ย. 69 น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” พร้อมทนายวิน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวนปอศ. ประกอบการสอบสวนกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา เป็นประธานมูลนิธิองค์กรทำดี
โดย ออยศรี เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ได้นำผู้เสียหายรายใหม่อีก 1 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายรายดังกล่าวมีการโอนเงินในช่วงเดือน ก.ค. 68 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนเงิน
ขณะนี้ได้มีผู้เสียหายบางรายเริ่มมีความหวาดกลัว และกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย หลังพบว่ามีสื่อมวลชนบางส่วนพยายามสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ทำงานของตน ทั้งที่สถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่เช่าเท่านั้น จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและสร้างความกังวลให้กับผู้เสียหาย
ส่วนกรณีที่คุณบุ๋มปนัดดาออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับก๊อต หรือ อธิป สามีในวันนี้ ออยศรี ระบุว่า ได้ติดตามคำให้สัมภาษณ์แล้ว และมองว่าคำชี้แจงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คุณบุ๋มรับทราบแล้ว ว่ามีเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีถูกนำออกไป ก่อนหน้านี้คุณบุ๋ม เคยยืนยันมาโดยตลอดว่า เงินบริจาคทุกบาท ทุกสตางค์ยังอยู่ครบ และเป็นเงินที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชน
ดังนั้น การออกมายอมรับว่ามีเงินออกจากมูลนิธิในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้น จะเข้าข่ายความผิดทางอาญาและแพ่งหรือไม่นั้น ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน
เมื่อถามว่า การที่คุณบุ๋ม เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ คุณก๊อต สามี ในวันนี้ เป็นการตัดตอนความรับผิดหรือไม่ ออยศรี ระบุว่า เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวมีความคิดเห็นที่หลากหลาย เนื่องจากก่อนหน้านี้คุณบุ๋มเงียบไปหลายวัน อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่าได้เดินทางไปพบกับสามีแล้ว รวมถึงมีการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์เมื่อวานนี้ ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความในวันนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่เพียงแต่สื่อมวลชนเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปก็อาจมีข้อสงสัยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า สิ่งที่คุณบุ๋มควรดำเนินการเป็นอันดับแรก และถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุด คือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต่อสู้และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ส่วนท้ายที่สุดจะเป็นผู้บริสุทธิ์จริงหรือไม่นั้น ต้องรอผลการตรวจสอบ และข้อยุติจากกระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถตัดสินได้จากคำชี้แจงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
สำหรับกรณีที่ “ก๊อต” สามีของคุณบุ๋ม ออกมาระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียว และยืนยันว่าคุณบุ๋ม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ออยศรี ยอมรับว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ยากที่บุคคลเพียงคนเดียวจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่จะมีการพูดคุย หรือตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบแทนได้ เนื่องจากไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารจัดการองค์กรในระดับมูลนิธิ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างต่างๆ ควรมีขั้นตอนและระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ทั้งสัญญาว่าจ้าง เอกสารการเบิกจ่าย และใบเสร็จรับเงินในแต่ละครั้ง จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า ทำไมเอกสารสำคัญเหล่านี้จึงไม่มี / ส่วนตัวก็ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย
เมื่อถามว่า ในวันนี้ตั้งใจเดินทางมาเพื่อพบกับคุณบุ๋มหรือไม่ ออยศรี ตอบยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจมาพบ แต่เป็นการเดินทางมาเพื่อพาผู้เสียหายรายใหม่ และนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสพบกัน ก็สามารถยกมือไหว้ทักทายได้ตามปกติ เพราะตราบใดที่เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตนก็ยังให้ความเคารพ และเรียกคุณบุ๋มปนัดดาว่า “พี่” เช่นเดิม
Advertisement