
วันที่ 2 พ.ย.2569 จากกรณีกล้องวงจรปิดร้านทองโอ้วไท้ ถ.กรุงศรีใน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เวลา ประมาณ 11.50 น.บันทึกภาพชายรูปร่างสูงอายุประมาณไม่เกิน 25 ปี สวมเสื้อสีดำแขนสั้นกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าวิ่งสีเขาถุงเท้าดำ เดินเข้ามาในร้านทอง 2 ครั้ง
โดยครั้งแรกมาถามซื้อทอง ก่อนเดินกลับไปแล้วไม่นานเดินกลับมาอีกรอบ อ้างจะขอดูทองน้ำหนัก 2 บาท ขอเลือกถ่ายรูปให้แฟนดูก่อนว่าจะเอาลายแบบไหน โดยมี นายยงเกียรติ วราจิตติชัย อายุ 55 ปี เจ้าของร้านเลือกทองรูปพรรณเส้นละ 2 บาท 2 เส้นให้เลือกดู ก่อนที่คนร้ายจะหยิบโทรศัพท์มาถ่าย แล้วคว้าสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือวิ่งออกจากร้านอย่างรวดเร็ว โดยใช้เส้นทางถนนหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ตำรวจชุดสืบสวน สายตรวจ191 หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดมกำลัง ติดตามไล่ล่าและไล่กล้อง ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
โดยผู้ต้องหาได้ทรัพย์สินไปคือสร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 2 บาท ราคา 128,000 บาท และ 2.สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2 บาท ราคา 128,000 บาท ความเสียหายรวม 256,000 บาท
ร.ต.ท.สุรวัฎ ชมชื่น รอง สว(สอบสวน) สภ.เมืองสุรินทร์ ได้สอบปากคำเจ้าของร้านพร้อมประสานชุดสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นำทีมชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.วัชรพงษ์ พวงบุตร รอง ผกก.สืบสวน พร้อมด้วยสารวัตรสืบสวนและชุดสืบสวน แกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างรวดเร็ว จนพบรถที่ใช้ก่อเหตุ คือ รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 5 ขว 4011 กทม. ก่อนบุกจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 14 บ้านทะนงไทยใหญ่ ต.เมืองที ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง นับจากเกิดเหตุ
นายฤทธิชัย (จิว) ผู้ต้องหา อายุ 21 ปี ให้การว่า เคยเป็นเทรนเนอร์บาร์ที่ฝรั่งเศส 2 ปี เพิ่งกลับมาเมืองไทย เล่นเทรดหุ้นขาดทุน หาเงินกู้ไม่ได้ จึงขับรถเข้ามาในเมือง เห็นร้านทองเปิดทำการจึงตัดสินใจลงมือ หวังนำทองไปขาย แต่ถูกจับกุมก่อน
ของกลางที่คืนมาได้ สร้อยคอทองคำ 2 บาท สร้อยข้อมือทองคำ 2 บาท รวม 4 บาท ฝังซ่อนในดินสวนหลังบ้าน บรรจุในถุงพลาสติกใส เสื้อผ้าและรองเท้าที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้าดู
เจ้าของร้านทองและประธานชมรมร้านทองชื่นชมตำรวจทำงานรวดเร็ว เป็นที่พึ่งของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยมี พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รองผู้บังคับการฯ ร่วมปฏิบัติงานด้วย
Advertisement