
จากกรณีเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 69 นาย ศิรสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระสุนเข้าที่บริเวณหน้าท้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง
โดย พ.ต.อ.สรชัย กาญจนรุจวิวัฒน์ ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัชโสภณ นิสสัย สารวัตร (สอบสวน) สภ.แม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะได้เร่งไล่ล่าจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อมูลที่น่าตกใจจากการสอบถามบุคคลในชุมชนคือ ผู้ตายเคยถูกศาลตัดสินให้จำคุกด้วยข้อหายาเสพติดนานกว่า 20 ปี เพิ่งจะพ้นโทษออกจากเรือนจำมาเมื่อปี 2562 และกลับมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่เคยเป็นก่อนติดคุกมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุของการถูกสังหารอาจจะเกิดจากปมปัญหาในอดีต ประกอบกับนิสัยของผู้ตายเป็นคนพูดจาโผงผาง อาจจะมีคนที่ไม่ชอบใจหรือไม่พอใจจนเก็บไปคิดแค้น
มีรายงานด้วยว่า ตอนที่ออกจากเรือนจำมาใหม่ๆ น้องชายผู้ตายได้มาเยี่ยม ผู้ตายได้จับตัวน้องชายเรียกค่าไถ่ คาดว่าเป็นค่าเสียหายจากการที่ ผอ.ต้องไปถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นระยะเวลานาน สุดท้ายไม่ทราบว่ามีการจ่ายกันด้วยจำนวนเงินเท่าใด แต่มีเสียงลือกันว่ามีการเรียกค่าไถ่สูงถึงประมาณ 30 ล้านบาท หลังจากเหตุการณ์นั้น น้องชายของผู้ตายได้หนีไปอยู่ฝั่งเมียนมา โดยคาดว่าน่าจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองท่าขี้เหล็ก ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 5-6 ปีก่อน ผู้ตายเคยถูกคนร้ายยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม (ปืนอาก้า) ขณะขับรถอยู่บนถนนในพื้นที่บ้านห้วยมุ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย แต่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหารย์ ซึ่งการถูกยิงถล่มด้วยปืนอาก้าในครั้งนั้น เป็นที่โจษขานกันว่าน่าจะเป็นการลงมือแก้แค้นของกลุ่มน้องชายผู้ตาย ที่เคยถูกผู้ตายจับตัวเรียกค่าไถ่ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งล่าสุดผู้ตายถูกคนร้าย 2 คนบุกเข้ามายิงภายในโรงเรียนจนเสียชีวิต
ก่อนถูกยิงดับ ลูกชายของผู้ตายเคยเตือนบิดาให้ระวังตัว ว่าไม่จำเป็นไม่อยากให้มานอนที่โรงเรียน และอยากให้ตั้งวงจรปิดทั้งที่บ้านพักและที่โรงเรียน เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ผู้ตายก็ชะล่าใจยังไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ทำให้ไม่ปรากฏภาพการลงมือของคนร้าย ซึ่งอาจจมีผลทำให้การติดตามไล่ล่าจับกุมตัวคนร้ายยากลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชายแดนมือปืนผู้ก่อเหตุสามารถหลบหนีข้ามเข้าไปกบดานในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายๆ
Advertisement