
วันที่ 29 ต.ค. 69 พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) ในฐานะโฆษก บช.สอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบปากคำ นายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดี ที่เพจ Godd Dam ว่า เมื่อเช้าเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) โดยผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตามเจ้าพนักงานตำรวจไซเบอร์มีหลักฐานอยู่แล้วจึงได้ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับเมื่อวานนี้
สำหรับการค้นห้องของเจอในเรื่องของนายชัยรัตน์นั้น เจอโทรศัพท์และบัญชีธนาคาร แต่ก็ต้องทำการสืบสวนกันต่อไป ส่วนคอมพิวเตอร์ที่มีการยึดไปก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ
ส่วนกระแสข่าวประเด็นที่นายชัยรัตน์ อ้างว่าทำน้ำหกใส่คอมพิวเตอร์ และต้องนำคอมพิวเตอร์ไปซ่อมนั้น พล.ต.ต.อรุษ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ และไม่มีการนำคอมพิวเตอร์ไปซ่อม
ส่วนที่ทางด้านของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหาย้ายที่ไปมาจนหาตัวผู้ต้องหาไม่เจอนั้น พล.ต.ต.อรุษ ระบุว่า เมื่อวานหลังจากที่เราพาตัวผู้ต้องหาไปค้นที่บ้านพักเสร็จสิ้นก็พาตัวผู้ต้องหามาที่ บก.สอท.1 ซึ่งทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็เดินตามมา แต่ตามมาไม่ทัน จึงอาจจะคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไปซ่อน จึงขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปซ่อน และเราทำตาม พ.ร.บ.อุ้มหายอยู่แล้ว มีกล้องวงจรผิดตรวจสอบได้ไม่ได้พาไปไหน พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามขั้นตอนทุกประการและตอนนี้ดำเนินการสอบปากคำต่อซึ่งทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็ร่วมฟังการสืบสวนด้วย
เมื่อถามว่าอยากให้ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นคำสั่งของนายกฯ พล.ต.ต.อรุษ ยืนยันว่า การดำเนินการเป็นการดำเนินการทั่วไปของทุกคนที่มีการดำเนินการคดีเหล่านี้ และเราดำเนินการตามปกติเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นนายชัยวัตน์มีสองข้อหา เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
สำหรับในเรื่องของพยานหลักฐานนั้นพนักงานสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานในการขอหมายจับและมีหลักฐานเพียงพอระดับหนึ่ง ซึ่งศาลก็เชื่อในหลักฐานที่เรามีอยู่ จึงอนุมัติหมายจับเมื่อวานนี้ และหากวันนี้สอบตรวจเสร็จสิ้นจะมีการดำเนินการไปฝากขัง และยืนยันว่าทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่เป็นสิทธิ์ผู้ต้องหาที่จะไปขอประกันตัวในชั้นศาล
ในเบื้องต้นผู้ร้องทุกข์เป็นตำรวจของ สอท.4 ส่วนสถาบันการเงินหรือธนาคารกสิกรไทย ยังไม่มีการเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ในกรณีสลิปโอนเงินปลอม
ส่วนนโยบาย สอท.ที่จะดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันได้เน้นย้ำเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ต.อรุษ บอกว่า เราดำเนินการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย และความผิดที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นทุกวันเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ได้มีการเร่งรัดกำชับทุกวัน และยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ
Advertisement