
ความคืบหน้าหลังจากที่วานนี้ ตำรวจเชิญ นางนภัทร หรือ "แม่ภัทร" ผู้เสียหายคดีถูกบังคับพาตัวไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี ที่มีข่าวเรื่องการทำทารุณกักขังทรมาณ มา สน.วังทองหลาง เพื่อเปิดตู้เซฟคืนทรัพย์สิน แล้วพบว่าทรัพย์สินหายไปมากกว่า 80 % เช่น ทองคำแท่งหนัก 10 บาท / สร้อยทอง / เงินสด เหลือทรัพย์สินอยู่ภายในตู้เซฟ รวมมูลค่าไม่ถึง 1 ล้านบาท
พันตำรวจ เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง บอกว่า ตามกระบวนการ พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ซึ่งได้ออกหมายเรียกให้ นายเบนซ์ ลูกชายของ "แม่ภัทร" มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยว่านัดหมายให้มาพบวันไหน เมื่อไร อย่างไร
ส่วนรายละเอียดผลการเปิดตู้เซฟเท่าที่พอเปิดเผยได้ พบภายในมีทรัพย์สินเก็บไว้ รวม 17 รายการ นับตู้เซฟด้วย แต่ที่ตรงตามที่ "แม่ภัทร" แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้ ยังคงเหลือ 3 รายการ ประกอบด้วย กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม / สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 1 เส้น และแหวนล้อมเพชร 1 วง ซึ่งเมื่อวานนี้ได้คืนให้ไปแล้ว ยกเว้นตู้เซฟที่ยังต้องเก็บไว้ เพราะเป็นหลักฐานทางคดี
ส่วนที่ตำรวจต้องดำเนินการต่อ คือการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง เพราะมีความแตกต่างกันระหว่างทรัพย์สินที่ "แม่ภัทร" แจ้งไว้กับพนักงานสอบสวน และที่ตรวจพบภายในตู้เซฟ โดยที่มีการแจ้งความไว้มีทั้งหมด 13 รายการ เท่ากับว่ายังเหลืออีก 9 รายการ ต้องติดตามคืนให้ผู้เสียหาย ส่วนที่ "แม่ภัทร" ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไป พบว่ามีบางรายการไม่ได้อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน และเนื่องจากครั้งสุดท้ายที่ได้เปิดตู้เซฟ คือเมื่อปี 2567 จึงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคลี่คลายว่า จริง ๆ แล้วทรัพย์สินที่มีอยู่ มีแค่ไหน และหายไปแค่ไหน เพื่อติดตามมาคืนผู้เสียหายต่อไป
Advertisement