
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ต.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งเหตุตำรวจสายตรวจ สภ.บางศรีเมือง ขับขี่รถจยย.หลังออกเวร ถูกรถเก๋งขับออกจากบ้านก่อนกลับรถตัดหน้า เป็นเหตุให้รถจยย.พุ่งชนสนั่นก่อนคนขับเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณปากซอยแปดหมื่น ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รีบรุดตรวจสอบ
ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพขณะรถเก๋งขับรถออกมาจากบ้านที่อยู่ติดริมถนน ก่อนจะกลับรถไปอีกฝั่ง จากนั้นมีรถจยย.ของผู้เสียชีวิตขับขี่มาทางตรง พุ่งชนกับรถเก๋งอย่างแรง จนร่างคนขับกระเด็นไปที่ถนนเลนฝั่งตรงข้ามก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน บริเวณเลนซ้ายสุด พบร่าง ส.ต.ท.ธนวัฒน์ เข้าใจการ ผบ.หมู่ ป.สภ.บางศรีเมือง หรือที่รู้จักกันในนาม “โรโบคอป เมืองนนท์” เจ้าของเพจ ”โจ้เม็ดกะจี้“ ผู้ติดตามกว่า 70,000 คน สวมเสื้อยืดสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ขาสามส่วน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันปฐมพยาบาลแต่ไม่เป็นผล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ใกล้กันพบรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ สีน้ำเงิน (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน) สภาพรถพังยับทั้งคัน ถัดมาประมาณ 100 เมตร พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วอ 6403 กทม. สภาพรถมีร่องรอยถูกชนบริเวณประตูฝั่งขวาด้านคนขับ กระจกหน้ารถแตก ด้านคนขับขี่ ทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปสอบปากคำที่ สภ.บางศรีเมือง เบื้องต้นอยู่ระหว่างสอบปากคำอย่างละเอียด
จากการสอบถาม ป้าดา อายุ 55 ปี แม่บ้านของคนขับรถเก๋ง ให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. คุณลุงขับรถเก๋งออกมาจากบ้านเพื่อจะไปงานศพ ขณะนั้นกำลังขับรถเลี้ยวไปขวา จังหวะที่ตนหันหลังกลับเข้าบ้าน ได้ยินเสียงรถชนดังตู้ม ตนตกใจมาก จึงรีบวิ่งไปดู พบว่ามีรถจยย.ชนกับรถเก๋งของคุณลุง พอตนเดินไปดูปรากฏว่าเขาไม่หายใจแล้ว ตนเพิ่งมาทราบภายหลังว่าผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจสายตรวจ สภ.บางศรีเมือง ส่วนเรื่องนี้ใครผิดตนไม่ทราบเพราะไม่เห็นเหตุการณ์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
จากนั้นเวลา 19.30 น. ที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต โดยได้สอบถามนายเอ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี คนขับรถเก๋ง ซึ่งอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ
นายเอ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขับรถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปร่วมงานศพ โดยได้มองดูบนถนนแล้ว และเห็นว่าไม่มีรถ จึงเลี้ยวรถออกไป แต่ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถของตน จึงตัดสินใจจอดรถและพยายามมองหาคนขี่รถจักรยานยนต์ แต่ไม่พบและไม่ทราบว่ากระเด็นไปอยู่บริเวณใด เนื่องจากตนเองก็ยังมีอาการมึนงงจากแรงกระแทก เพราะรถจักรยานยนต์ชนเข้าที่ด้านคนขับ
หลังลงจากรถไปตรวจสอบ พบว่าคนขี่รถจักรยานยนต์นอนแน่นิ่งอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตแล้ว
นายเอ กล่าวต่อว่า โดยปกติเวลาจะขับรถออกจากบ้าน ตนจะเลี้ยวในลักษณะดังกล่าวเป็นประจำ ส่วนกรณีที่ตำรวจระบุว่าตนขับรถทับเส้นทึบนั้น ตนมองว่าไม่ใช่เส้นทึบ เนื่องจากถนนมีการแบ่งช่องทาง และหากไม่เลี้ยวกลับรถบริเวณดังกล่าว ก็จะต้องขับไปกลับรถอีกไกล ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลกว่า
นายเอ ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนี แต่จอดรถและพยายามค้นหาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ยอมรับว่าไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้ขึ้น และยืนยันว่าตนไม่ได้ดื่มสุรา โดยได้เข้ารับการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์แล้ว ส่วนอาการบาดเจ็บของตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแผลถลอก บริเวณแขนซ้ายและขวา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายเอ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี คนขับรถเก๋ง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำตามกระบวนการทางกฎหมายแล้วนั้น ได้นำดอกไม้ธูปเทียนมาทำพิธีจุดธูปไหว้ขอขมาผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษต่อครอบครัว และญาติผู้สูญเสีย
ท่ามกลางญาติของผู้เสียชีวิตที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ร้องไห้ด้วยความอาลัยต่อการจากไปอย่างกะทันหัน โดยญาติได้ติดต่อประสานงานเรื่องเอกสารทางคดี และเตรียมเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา และบำเพ็ญกุศล ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเกิดต่อไป
Advertisement