Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
รวบจีนเทาสวมสิทธิ์คนไทย เงินหมุน 500ล้าน ผัว-พ่อทิพย์ อ้างไม่รู้เรื่อง

รวบจีนเทาสวมสิทธิ์คนไทย เงินหมุน 500ล้าน ผัว-พ่อทิพย์ อ้างไม่รู้เรื่อง

9 ต.ค. 69
11:20 น.
แชร์

โยนกันนัว! บุกรวบจีนเทาสวมสิทธิ์คนไทย เงินหมุน 500 ล้าน ผัว-พ่อทิพย์ อ้างไม่รู้เรื่อง โยนเมียจีนจัดการคนเดียว

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) พลตำรวจโทนพศิลป์ พลูสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำทีมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าบุกเข้าจับกุม นายอี้หลง แซ่จาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา ให้ข้อมูลเท็จ , ยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ และเป็นคนไม่มีสัญชาติ ได้ที่หมู่บ้านหรูในพื้นที่สน.วังทองหลาง หลังพบพฤติการณ์สวมสิทธิ์คนไทย ฟอกเงิน และใช้นอมินีในการซื้อทรัพย์สิน มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท

โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ เผยว่า จากพฤติการณ์เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตรวจสอบนางสาวจินกุ้ย หลี่ สัญชาติจีน , นายอี้หลง และ เด็กชายอายุ 12 ปี สัญชาติไทย ตรวจสอบเอกสารการเดินทางไม่พบหนังสือยินยอมสูติบัตร เจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลจนตรวจพบความผิดปกติในเรื่องการจดทะเบียนบุตร หรือ สูติบัตร คือชื่อไม่ตรงกัน จึงตั้งข้อสงสัยว่านายอี้หลง ไม่ใช่บุคคลเดียวกันกับใบในสูติบัตรของเด็ก

ต่อมา จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านายอี้หลง ทะเบียนราษฎร์ มีข้อพิรุธเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสถานบุคคลและสัญชาติไทย โดยมีการใช้เอกสารและข้อมูลอันเป็นเท็จ ในการ ปลอมแปลงเอกสาร ทางทะเบียนราษฎร์ซึ่งได้มาบัตรประจำตัวประชาชนไทย และยังนำสถานะคนไทยดังกล่าวไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินประกอบธุรกิจและถือครองทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังตรวจพบว่า นายอี้หลง ยังใช้นอมินีคนไทย คือ นายวุฒิชัย มาเป็นพ่อทิพย์ในการจดทะเบียนรับรองบุตรให้ได้สัญชาติไทย เพื่อที่ในอนาคตจะได้ถ่ายโอนทรัพย์สินไปให้กับบุตร

โดยนายอี้หลง แซ่จาง อายุ 40 ปี พ่อแท้ๆของ เด็กชาย 13 ปี ผู้ต้องหาคนแรก อ้างว่าตัวเองเป็นคนไทยที่เกิดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีแม่เลี้ยงที่อุปถัมภ์มาตั้งแต่เล็กจนโต พร้อมจัดทำเอกสารต่าง ๆให้ถูกต้อง ซึ่งไม่เคยเห็นหน้าแม่แท้ ๆมาก่อน จากนั้นอายุ 13 ปี ก็ได้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อน และได้เริ่มต้นทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร

หลังจากนั้นตนเองได้มาเจอหญิงสาวชาวจีน (นางสาวจินกุ้ย) โดยลักษณะเป็นการคบหาแบบรัก ๆเลิก ๆจำนวนหลายครั้ง รวมระยะเวลาที่รู้จักกับผู้หญิงคนนี้มาประมาณ 13-14 ปี จนกระทั่งล่าสุดอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยฝ่ายหญิงได้พาบุตรชายของเขามาอยู่ด้วย

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองไม่รู้เลยว่าตนเองกระทำความผิดในเรื่องไหน โดยเฉพาะประเด็นรายละเอียดที่เกี่ยวกับลูกอายุ 13 ปี เพราะภรรยาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ตนเองไม่เคยทราบเรื่องการสวมสิทธิ์เลย หรือข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะเรื่องการสวมสิทธิ์ลูก และตนเองก็เพิ่งทราบความจริงว่าเด็กชายคนนี้ เป็นลูกของตนเองเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตนกับภรรยาจะเดินทางไปประเทศจีน

ทั้งที่ผ่านมาก็มีการเดินทางไปต่างประเทศตลอด และไม่ได้พบปัญหาขัดข้อง สืบเนื่องจากการเดินทางการเดินทางแต่ละครั้ง จะแยกกันระหว่างตนกับภรรยาและลูก โดยภรรยาจะพาลูกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน และตนจะเดินทางตามไปทีหลัง

ส่วนเรื่องรายได้ที่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเป็นจำนวนหลัก 100 ล้านบาทนั้น ในส่วนของตนเองทำอาชีพค้าขาย ขายของแห้งผลไม้อบแห้ง และทำธุรกิจทัวร์นำเข้าวัตถุมงคลให้กับชาวจีน ก่อนเข้าไปทำงานอยู่ภายในวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

ขณะที่ นายวุฒิชัย อายุ 40 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาสวมสิทธิ์พ่อทิพย์ เป็นคนบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยว่า ตนกับฝ่ายหญิง เป็นแฟนกันอยู่กันประมาณ 4-5 เดือน และได้เลิกกันในตอนที่ฝ่ายหญิงท้องแล้ว ตอนที่คลอดลูกฝ่ายหญิงได้โทรมาขอเอาเอกสาร ซึ่งตนก็ให้สำเนาบัตรประชาชน ของตนไปพร้อมกับเซ็นสำเนาถูกต้อง ส่วนสาเหตุที่ยอมเซ็นเพราะเราคิดว่า เป็นลูกของตน แต่มารู้ตอนที่ตรวจ DNA ว่าไม่ใช่ลูกของตน

นายวุฒิชัย กล่าวต่อว่า ผ่านมากว่า 13 ปี ยอมรับว่า ไม่ได้ระแคะระคายอะไรเลย ซึ่งตนก็มีภรรยาคนใหม่และก็มีครอบครัวใหม่แล้ว ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ก็มีการติดต่อคุยกับผู้หญิงคนนี้เรื่องเอกสาร แต่ว่านานๆคุยกันที อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่ได้ส่งเสียลูกคนนี้เลย เพราะมองว่าเลิกกันไปแล้ว ซึ่งตนรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองตกเป็นพ่อทิพย์ ทั้งนี้อยากเตือนคนไทยว่าอย่าทำในลักษณะแบบตน อย่าให้เอกสารคนง่าย

ขณะที่ นางสาวจินกุ้ย ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลหรือสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบอกผ่านเจ้าหน้าที่ที่เป็นล่ามว่าตัวเองไม่สะดวก และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลทุกอย่างแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง

ด้านเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เล่าว่าเคยเห็นมีคนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว 3 คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นคนไทยหรือไม่ แต่รู้ว่ามีสมาชิกในบ้านเป็นคนจีน ซึ่งคนในบ้านชอบกินหมูกระทะ ตนก็นึกว่าเขาเป็นคนดี ส่วนเรื่องทำธุรกิจอะไรนั้นไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไร แต่จะเห็นตื่นไปส่งลูกทุกเช้า ซึ่งลูกของเขาเป็นคนไทย และเรียนโรงเรียนไทย ส่วนตัววันนี้เห็นตำรวจและสื่อจำนวนมากมาตรวจค้นที่บ้านก็รู้สึกตกใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้เพื่อนบ้านรายนี้ยังให้ข้อมูลว่าบ้านที่ผู้พักอาศัย คาดว่าน่าจะเช่าอยู่ เนื่องจากหมู่บ้านย่านนี้มักจะมีคนจีนมาเช่าอยู่หลายหลัง ส่วนราคาค่าเช่าอยู่ที่เดือนละ 150,000 บาท ขณะราคาซื้อขายบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่กว่า 20 ล้านบาท

Advertisement

แชร์
รวบจีนเทาสวมสิทธิ์คนไทย เงินหมุน 500ล้าน ผัว-พ่อทิพย์ อ้างไม่รู้เรื่อง