
วันที่ 22 ก.ย. 69 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.4 บก.ปพ.) นำกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุม นายสกุล (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ภูมิลำเนาชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน"กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็ก" ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.902/2569 ลงวันที่ 15 กันยายน 2569 หลังได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
คดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2567 ผู้ต้องหาได้กระทำอนาจาร ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี โดยขณะนั้นผู้ก่อเหตุได้อุ้ม ด.ญ.เอขึ้นมานั่งบนตัก จากนั้นได้ใช้มือประคอง และเขย่าตัวผู้เสียหายให้ขยับไปมาบนตักในลักษณะขยับตัวไปด้านหน้าและด้านหลัง ก่อนจะกระทำการล่วงเกินทางเพศ โดยจูบที่บริเวณลำคอ และจูบปากของผู้เสียหาย พร้อมทั้งใช้ลิ้นสอดเข้าไปในปากของผู้เสียหาย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ใช้มือลูบคลำ และจับบริเวณหน้าอกของผู้เสียหาย รวมถึงจับบริเวณอวัยวะเพศจากภายนอก โดยเป็นการกระทำที่มีลักษณะล่วงเกินทางเพศต่อผู้เสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายได้แจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ครูทราบ ครูจึงได้ประสานแจ้งเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้เสียหาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการนำตัวผู้เสียหายออกจากที่พักอาศัยเดิม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในสถานที่ที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก และให้สามารถฟื้นฟูสภาพจิตใจ
ด้านผู้ต้องหาให้การเบื้องต้นว่า ตนได้เลี้ยงดูผู้เสียหายมาตั้งแต่เล็กๆ ประมาณ 1 ขวบได้ เนื่องจากตอนนั้นตัวผู้เสียหายอยู่ต่างจังหวัด และไม่มีใครเลี้ยงดู ตนจึงได้รับเลี้ยงเป็นพ่อเลี้ยง รักเหมือนลูกตัวเอง จนผู้เสียหายอายุ 10 ขวบ ผู้เสียหายเป็นคนนิสัยดื้อรัน มีดุบ้างอะไรบ้าง แต่ตนไม่เคยก่อเหตุทำอะไรผู้เสียหายเลย ตนคิดว่าแก่ไปจะให้ผู้เสียหายเลี้ยงดู ไม่คิดว่าผู้เสียหายจะแจ้งว่าตนล่วงละเมิดทางเพศ ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอฝากเตือนไปยังผู้ปกครองและประชาชนทุกท่าน ให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สอนให้เด็กรู้จักสิทธิในร่างกายของตนเอง และกล้าที่จะปฏิเสธเมื่อมีใครสัมผัสร่างกายในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคนใกล้ชิดก็ตาม หากเด็กมาเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ขอให้รับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตำหนิเด็ก และรีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองโดยเร็ว
Advertisement