
21 ก.ย.69 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม บ้าพลังช่วยด้วย" เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์หรือไม่ พร้อมร้องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงธุรกรรมของบุคคลในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือไม่
สำหรับวันนี้ทนายตั้มมาในลุคใส่แว่นดำ สวมเสื้อเกราะสีดำ มีการติดอาร์มเป็นตัวรูปตัวการ์ตูนต่างๆ เช่น คิตตี้ วันพีช โดราเอม่อน เป็นต้น ซึ่งทันทีที่ลงจากรถ ทนายตั้ม สวมบทบาทล้อเลียน กันจอมพลัง บอกว่า “ผมงงนักข่าวมาก่อนได้ไงเนี่ย ผมมาดีเอสไอ ถ้าเจ้าหน้าที่โดนเสียบไปก่อนทำไง ผมนัด 10 โมง ที่ยังไม่ออกมา เพราะรอแสงอยู่ มาก่อนแบบนี้หมายแตกพอดี”
ทนายตั้ม ให้ข้อมูลว่า วันนี้มาเพื่อให้การเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกัน จอมพลัง ในส่วนของการระดมทุนมูลนิธิไปแล้ว ปรากฏว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมา เจอเว็บพนันชื่อ USA888 แม้ว่าตอนนี้ได้ปิดระบบไปแล้ว แต่ตัวเองได้ดูดคลิป และ URL ไว้หมดแล้ว
ซึ่งในเว็ปดังกล่าวมีคลิปโปรโมทเว็บโหลดขึ้น YouTube ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งในคลิปตนเองมั่นใจว่าเป็นเสียง กัน จอมพลัง ไม่ใช่เสียง AI แน่นอน ใครที่ได้ฟังคลิปเสียงต้องตาสว่างแน่นอน
ส่วนตัวของ กัน จอมพลัง นอกจากจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาเล่นเว็บ เท่าที่ตัวเองทราบ กัน จอมพลัง เป็นตัวตั้งต้นที่จะทำเว็บในลักษณะนี้และต้องการเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่จัดหาสาวสวยทั้งชาวไต้หวันฮ่องกงเข้ามามีส่วนร่วมในเว็บและเปิดให้คนได้ส่งของขวัญไปให้สาวสาวเหล่านี้ด้วย
สำหรับข้อมูลของเว็บพนัน นี้ตัวเองเชื่อว่ามีแบ่งแยกออกอีกหลายเว็บไซต์ ซึ่งจากนี้จะทยอยออกมาเปิดเรื่อยเรื่อยรวมถึงเส้นเงินที่เกาะก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีประมาณ 200 ล้านบาท แต่ล่าสุดพบว่าทะลุกราฟ ซึ่งหลังจากนี้จะโพสต์เปิดข้อมูลตัวเลขอีกครั้ง
ทนายตั้มบอกว่า ตอนนี้กัน จอมพลัง หายออกไปจากเพจ 48 ชั่วโมง แต่ประเด็นข้อสงสัยก็ยังมีต่อเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต เรื่องระดมทุนมูลนิธิ และเว็บพนัน ซึ่งอยากให้ออกมาชี้แจงว่า เป็นคนทำจริงหรือไม่ สงสัยว่าตั้งแต่ตัวเองเปิดเผยข้อมูลของกัน จอมพลัง ตั้งแต่วันแรก ที่เกี่ยวกับการเคลียร์เว็บพนันออนไลน์
สำหรับบุคคลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบมีอยู่ทั้งหมด 5 คน คือกัน จอมพลัง ต่อมาคือภรรยาและพ่อแม่ของ กัน จอมพลัง เพราะมีสายข่าวบอกว่า มีเส้นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวโยงกับคนกลุ่มนี้ นอกจากนั้นยังมีข้อสงสัยเรื่องของบ้านในโครงการหรูที่ตกแต่งหลายร้อยล้าน ว่านำเงินเว็บพนันมาซื้อหรือไม่ รวมถึงเรื่องรถลัมโบร์กีนีด้วย
ส่วนอีกสองคนที่อยากให้ตรวจสอบคนแรกชื่อว่านายกระเทียม บุคคลนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสีรถ แต่มีเงินซื้อบ้านหลัก 10-100 ล้านบาทได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับกัน จอมพลัง และ คนสุดท้าย คือ อีฟ อดีตประธานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
เมื่อถามว่าการออกมาร้องเรียน กัน จอมพลัง ครั้งนี้อีกฝั่งนึงมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยใช้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ ทนายตั้มยืนยันว่า ถ้า กัน จอมพลัง เป็นคนดีจริงเป็น ทองจริง ยังไงก็กลั่นแกล้งกันไม่ได้ และมองว่าถ้าเป็นคนดีจริงป่านนี้คงจะออกมาตอบโต้อะไรบ้างแล้วแต่ตอนนี้กลับเลือกใช้วิธีเงียบ พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่ใช่การกลั่นแกล้งหากเป็นการกลั่นแกล้งจริงท้ายที่สุดตัวเองก็คงอาจจะถูกดำเนินคดีกลับก็ได้
Advertisement