
วันที่ 25 ส.ค.69 นายรอมฏอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ที่นายซอและ อายุ 21 ปี ถูกยิง โดยมีข้อสงสัยว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่ ต.ช้างเผือก เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยนายรอมฏอน ได้เข้าพบ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ วีระศักดิ์ เพอแสละ (เพอสะและ) ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจะแนะ เพื่อสอบถามถึงการสืบสวนสอบสวนคดีนี้
พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ผกก.สภ.จะแนะ เปิดเผยว่าให้ฟังว่า ในคืนวันที่ 22 ส.ค.หลังเกิดเหตุวางเพลิง อบต.ช้างเผือก ในเวลา 19.50 น. ตนได้ตั้งด่านตรวจสกัดทันที โดยในเวลา 21.39 น.พบนายซอและ และเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถมอเตอร์ไซค์มา 3 คัน ผ่านด่านตรวจหน้า สภ.จะแนะ ได้มีการตรวจค้นอย่างละเอียดไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย ทั้งยาเสพติดและอาวุธปืน โดยกลุ่มเยาวชนให้ความร่วมมือในการตรวจค้นอย่างดี พบว่ามีเพียงอุปกรณ์แคมปปิ้ง หลังจากนั้น ในเวลา 22.07 น. ห่างกัน 28 นาที ได้รับแจ้งจาก รพ.จะแนะว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงจึงจัดชุดออกไปที่ รพ.จะแนะ พบว่าเป็นนายซาและ ที่ถูกยิง ซึ่งเป็นเวลาสอดคล้องกับคำให้การของผู้บาดเจ็บและกลุ่มเพื่อน
ส่วนผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ได้เปิดเผยอีกด้วยว่า ตำรวจได้เก็บหัวกระสุนปืน M16 ขนาด 5.56 มม.ได้จากรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนนายซอและ ในที่เกิดเหตุ และพบปลอกกระสุนปืน M16 อีก 3 ปลอก บนโคนต้นยางที่เนินเขา ห่างจากจุดที่นายซอและถูกยิง ประมาณ 10 ถึง 15 เมตร ส่วนร่องรอยกระสุนบนถนน แบ่งเป็น 2 จุด จุดแรก มี 3 รอย จุดที่ 2 มีเกือบ 10 รอย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดทางตำรวจ สภ.จะแนะ ได้นำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานทั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าของนายซอและ เพื่อพิสูจน์เขม่าดินปืนตามหลักนิติวิทยาศาสตร์
"คดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ตำรวจยืนยันว่าทำหน้าที่ตามความถูกต้อง ว่ากันไปตามพยานหลักฐานโดยทั้งหมดได้นำส่งพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงวิถีกระสุนที่มีข้อสงสัย" พ.ต.อ.วีระศักดิ์ กล่าว
ส่วนทางด้านนายรอมฏอน ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิเหตุพบร่องรอยกระสุนเยอะกว่าตนคิด โดยพบ 2 จุด ซึ่งจุดแรกจะเป็นจุดที่วัยรุ่นทั้ง 4 คน มองเห็นเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเท่าที่นับพบ 12 จุด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 ซม. ถ้าประกอบข้อมูลของ ผกก.สภ.จะแนะว่า พบหัวกระสุน M16 ขนาด 5.56 มม.และปลอกกระสุนนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะมีการใช้อาวุธไรเฟิล ส่วนวิถีกระสุนมาจากที่ไหน ยังมีข้อเท็จจริงไม่เหมือนกันทั้งจากผู้เสียหาย และส่วนราชการ ฉก.นราธิวาส บอกว่าไม่ได้ยิงจาก ฮ. จึงต้องเรียกร้องนายกรัฐมนต รีใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนี้
"องค์ประกอบกรรมการขอให้มาจากคนที่น่าเชื่อถือ นำพยานหลักฐาน มารวบรวมอธิบาย ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สื่อสารออกสู่สาธารณะ อย่าปล่อยให้คาใจ เพราะจะกระทบกับประชาชนและภาครัฐ" นายรอมฎอน กล่าว
นอกจากนี้นายรอมฎอน กล่าวว่าเห็นใจ ผกก.สภ.จะแนะ เพราะทราบว่าใน สภ.จะแนะ มี 10 เหตุการณ์ ที่ต้องดำเนินคดี จึงต้องใช้ทรัพยากรจำนวนหนึ่ง หากมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มาเปิดเผยต่อสาธารณะก็จะทำให้คดีนี้โปร่งใสมากขึ้น ข้อเสนอของผมไม่ได้มุ่งเอาผิดใคร แต่เปิดข้อเท็จจริงให้ไม่เป็นที่กังขา ถ้าเรารีบคลายปมได้ ทำให้ความรู้สึกของประชาชนสคลี่คลายได้
นายรอมฏอน ยังได้เยี่ยมนายซอและ ที่ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยคาดหวังให้ได้รับความเป็นธรรม และลงพื้นที่ อบต.ช้างเผือก ซึ่งถูกไฟไหม้อย่างหนักเมื่อปี 2553 จนมาเกิดเหตุครั้งนี้เสียหายที่สุดในจังหวัดนราธิวาส
Advertisement