
วันที่ 25 ส.ค.2569 พล.ต.เฉลิมพงษ์ คงบัว เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่กอ.รมน.ภาค 4 สน.รับผิดชอบ มองแล้วว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ว่า ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ าหตุการณ์ที่เกิดทั้งขึ้น 3 วันที่ผ่านมา วัตถุประสงค์ของการเกิดเหตุที่ผู้ใหญ่หลายท่าน โดยเฉพาะแม่ทัพภาค 4 ได้มาให้ข้อมูลแล้วว่า มีสาเหตุหรือต้นเหตุจากอะไรบ้าง
เมื่อถามว่า การก่อกวนเป็นหนึ่งใน สาเหตุของการก่อเหตุ ให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล ใช่หรือไม่ พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ใช่ อันนั้นเป็นสาเหตุแน่นอน
เมื่อถามว่า มีการพูดกันว่าการข่าวของภาค 4 ส่วนหน้า มีข้อบกพร่องบางจุด ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.เฉลิมพงษ์ ตอบว่า เหมือนที่แม่ทัพภาค 4 ได้เรียนไว้แล้วว่า การข่าวเรารับทราบมาโดยตลอด ที่ไหนเมื่อไหร่ เรารู้ว่ามีการขนย้ายวัตถุระเบิด รวมทั้งการเตรียมการต่างๆ แต่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ ถ้าเราย้อนกลับไปถามคนที่จะก่อเหตุ สิ่งที่เขาต้องการที่ปิดลับให้นานที่สุด ก่อนเวลาลงมือ ก็คือที่ไหนเมื่อไหร่ แต่ตรงนี้เราก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบว่าเราอาจจะเกิดช่องว่าง แต่ถ้าถามว่าเป็นเรื่องของความบกพร่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่
เมื่อถามว่าการประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลังที่เกิดเหตุจะมีการปรับปรุงอย่างไรบ้าง พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ความร่วมมือทั้งหมดของหน่วยงานในพื้นที่ตนคิดว่ามีความแน่นแฟ้น และเป็นหนึ่งเดียวอยู่แล้ว แต่ว่าช่องว่างส่วนหนึ่ง ตรงนี้ลองย้อนถามไปให้คิดนึกนิดนึงว่าประชาชน จะให้ข่าวสารกับเจ้าหน้าที่รัฐได้แบบใดบ้าง ก็คือความมั่นใจในความปลอดภัยของคนให้ข่าว ฉะนั้นตรงนี้ต้องพยายามแก้ไข การขับเคลื่อนในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ตนอยากเรียนว่าทั้งทหารตำรวจและข้าราชการพลเรือน พยายามขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์พระราชทานเข้าใจเข้าถึงพัฒนาอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่ามันมีระยะเวลาและต้องพิสูจน์ความจริงใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจกันด้วย ซึ่งเราเริ่มจากการขับเคลื่อนผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เพื่อเตรียมส่งมอบให้เข้าสู่กลไกปกติให้เร็วที่สุด ซึ่งมันก็อาจจะเป็นช่องว่างหรือความพร้อมที่ยังไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่คิดว่าบทเรียนที่รับครั้งนี้ ก็สามารถที่จะนำไปแก้ไขปรับปรุงจะเสร็จแล้ว และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อถามว่า กรณีสส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ กรณีมีการยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ มีจนมีผู้รับบาดเจ็บ 1 ราย พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ทางกอ.รมน. และโรงพยาบาลที่ทำการรักษาได้มีการแถลงข่าวยืนยันเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนั้นส่วนตัวของตน หากรู้ว่าเป็นการเสี้ยมหรือทำให้เจ้าหน้าที่กับประชาชน เกิดช่องว่างที่มากยิ่งขึ้น จนทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐ แล้วทำให้เหตุการณ์ไม่เกิดความสงบ
ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเรียบร้อย เพื่อหาข้อเท็จจริงออกมาให้สมบูรณ์ แล้วใครจะต้องรับผิดชอบหรือถูกลงโทษก็ให้ เป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน แต่หากจะมีการพูดในลักษณะชี้นำลดทอนอำนาจรัฐ ตนคงต้องขอร้องเขา เพราะต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่ต้องการทำให้บ้านเมืองสงบ
เมื่อถามว่าในส่วนของผู้ที่รับบาดเจ็บ ได้มีการบอกเล่าเหตุการณ์ในส่วนของวันแรก และวันนี้มีข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน อยากจะฝากอะไรถึงเขาหรือไม่ พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าว ตนไม่ฝากแต่น้องคือลูกหลานคนไทย ก็มองในภาพรวมว่า มีคนเคยสอนว่าสิ่งหนึ่งที่เราเจอทุกเรื่องในวันนี้ เพราะคนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรกระทำ ดังนั้นในมุมของน้อง ตนไม่ได้โทษอะไรเขา เพราะคิดว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์ เขาไม่ได้มีเจตนาอะไร ซึ่งก็เปรียบเสมือนผ้าขาว ป้ายสีอะไรก็เป็นแบบนั้น ฉะนั้นหากรอได้ อีกไม่กี่วันเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบในคดี ก็จะได้ทราบข้อสรุป
เมื่อถามว่าการให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้กำลังคนเสียขวัญหรือไม่ทั้งที่เราทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ พล.ต.เฉลิมพงษ์ ตอบว่า หากพูดตามความจริงก็เสียขวัญ เพราะเราเสียสละ ขอถามว่ามีใครที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปในห้วงกลางคืน ซึ่งตามปกติการขึ้น เฮลิคอปเตอร์ เพื่อการระงับเหตุ ซึ่งเมื่อไปถึงเขาจะถอนและหนีก็จะไม่ทำให้เหตุบานปลาย เรามีวัตถุประสงค์แค่นี้เอง เอาตามความคิดตน ไม่ให้กำลังใจไม่เป็นไร แต่ขอให้พูดความจริงออกมา อย่าบิดเบือนใส่ไข่ และให้มองไปที่บุคคลที่รับฟัง มีทั้งเยาวชนและคนบริสุทธิ์
เมื่อถามว่า วันเกิดเหตุอาจจะมีอาการตกใจถึงพูดไปในลักษณะนั้นจนถึงวันนี้หายตกใจแล้ว อยากให้พูดใหม่หรือไม่ พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ก็อยากให้พูดใหม่ ให้พูดจากข้อเท็จจริง ซึ่งเรายังเป็นห่วง เพราะเป็นลูกหลานของเรา ฉะนั้นอยากให้ช่วยในการสื่อสารไปถึงเขามากกว่า
เมื่อถามว่าผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการกำชับอะไรลงมาถึงพื้นที่บ้าง พล.ต.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ให้ทบทวนหลักการปฏิบัติ ทั้งของเราและของฝ่ายตรงข้าม ว่าเรากับเขามีจุดอ่อนจุดด้อยต่างกันอย่างไร และเรายังมีข้อบกพร่องช่องว่างตรงไหน พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลกำลังคนควบคู่กันไป
Advertisement