
จากกรณีเพจ เฟซบุ๊ก ปทุมธานีที่นี่ต้องรู้ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความว่าแอดก็ไม่ได้มานานแระ #200ปี 200 ปี มีอะไรดีกว่าเยอะ #เพียบ ล่าสุดพร้อมกางเต็นท์แระ #จุดกางเต็นท์ เก้าอี้พร้อมคนพร้อม เต็นท์ที่จะกางพร้อมหรือยัง #พร้อมบวก #ปทุมธานี #ปทุมธานีที่นี่ต้องรู้#ธัญบุรี #รังสิต #รังสิต มันร้าย #รถไฟสายสีแดง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา
ต่อมาวันที่ (19 ส.ค. 2569) เวลา 01.40 น. เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ ปากทางเมน 3 หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ. ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้ควบคุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่ หญิง อายุ 30 ปี และ หญิง อายุ 33 ปี ในข้อหาติดต่อ ชักชวน และแนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้า บุคคลตามที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี ในลักษณะที่เป็นการเปิดเผยและน่า อับอายหรือเป็นที่เดือดร้อน รำคาญ (มาตรา 5 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539) ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 สิงหาคม 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อส. อำเภอธัญบุรี และ เจ้าหน้าที่ พมจ.ปทุมธานี กว่า 30 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี และบริเวณเลียบสถานีรถไฟรังสิต พบว่ามีหญิงรายหนึ่ง พอเห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาก็รีบลุกเดินหนีไป โดยเจ้าหน้าที่พยายามเรียกแต่ก็ไม่ฟัง จากนั้นได้วิ่งหนีหายไปทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณข้างสถานีรถไฟ พบหญิงสาวสองรายกำลังนั่งจับกลุ่มอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้มีการเข้าสอบถาม โดยหญิงสาวทั้งสองรายให้ข้อมูล กับทางเจ้าหน้าที่ว่ามานั่งรอค้าประเวณีอยู่บริเวณนี้เป็นประจำ
โดยหญิงสาวรายหนึ่งได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า ตนมาจากต่างจังหวัดมาพักอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี โดยมีอาชีพหลักคือเก็บของเก่าขายและในช่วงกลางคืนจะมานั่งบริเวณดังกล่าวเพื่อค้าประเวณีรายได้ต่อวันได้ครั้งละ 400 บาทหรือ 300 บาท บางวันก็ไม่ได้ลูกค้าเลย เนื่องจากมีความจำเป็นเลิกรากับสามีมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู
ในขณะที่กลุ่มไรเดอร์ที่รอรับงานอยู่ที่บริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลว่าปกติทุกค่ำคืนจะมีหญิงสาวมานั่งกันเป็นกลุ่ม หลาย 10 คนอยู่บริเวณดังกล่าวนี้กันเกือบทุกคืน แต่พอมีการกวาดล้างเกิดขึ้นและมีกระแสโซเชียล ทำให้หญิงสาวต่างๆที่เคยมานั่งจับกลุ่มต่างหายหน้าหายตาไปกันเกือบหมด ซึ่งกลุ่มหญิงสาวทั้งหมดนี้ ตั้งแต่ตนอยู่ตรงนี้ก็ไม่เคยเห็นสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าวนี้แต่อย่างใด
Advertisement