
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์วิทยุวัฒนะปทุมธานี ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำลังทำการปั๊มหัวใจ (CPR) ผู้ป่วยบนแผ่นโฟมขนาดใหญ่ พร้อมระบุข้อความว่า เมื่อเวลา 02.38 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม รับแจ้งจากศูนย์สั่งการจังหวัดปทุมธานี ให้ออกตรวจสอบผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ภายในซอยรังสิต-นครนายก 13 แยก 7 พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมขังระดับเข่า และรถกู้ชีพในพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงได้
เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จังหวัดปทุมธานี จึงจัดรถพยาบาลพร้อมกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้ป่วยหญิง 1 ราย อยู่ในภาวะหมดสติและไม่มีชีพจร เนื่องจากน้ำท่วมขังสูง รถตู้พยาบาลไม่สามารถขับเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่เป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมาจากบ้านเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อมาขึ้นรถพยาบาลที่จอดรออยู่ด้านนอก ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2
ด้าน นายภานุพัฒน์ สิงห์ป้อง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดธัญบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางไปถึงหน้าปากซอยพบน้ำท่วมขังประมาณ 20 เซนติเมตร แต่เมื่อเข้าไปถึงบ้านผู้ป่วยปรากฏว่าระดับน้ำสูงถึงประมาณ 40 เซนติเมตร ตนและทีมงานจึงตัดสินใจนำแผ่นโฟมขนาดใหญ่เข้าไปลำเลียงผู้ป่วยออกมา พร้อมกับทำการปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการเคลื่อนย้ายกว่า 15 นาที จนถึงถนนใหญ่ที่รถพยาบาลจอดรออยู่ แต่เป็นที่น่าสลดใจที่ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำไม่มีทีท่าว่าจะลดลงและเริ่มมีกลิ่นเน่าเสียแล้ว
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจภายในซอยรังสิต-นครนายก 13 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พบว่ายังมีน้ำท่วมขังและน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าจริง จากการสอบถามเจ้าของร้านซ่อมรถยนต์บริเวณหน้าปากซอย เปิดเผยว่า น้ำได้เอ่อล้นเข้ามาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 จนถึงปัจจุบันระดับน้ำก็ยังไม่ลดลง ส่งผลให้ตนไม่สามารถเปิดอู่ซ่อมรถได้ ต้องเร่งขนย้ายเครื่องมือช่างหนีน้ำ ทำให้ขาดรายได้ในขณะที่รายจ่ายยังคงมีอยู่ทุกวัน ตนหวังเพียงให้ระดับน้ำลดลงโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและหาเลี้ยงชีพด้วยตนเองได้ตามปกติ เนื่องจากเมื่อวานนี้เพิ่งมีพายุฝนตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์อีก
Advertisement