
วันที่ 18 ส.ค. 69 จากกรณี นางยุพาพร พ่วงพี อายุ 45 ปี มาร้องเรียนต่อ “กัน จอมพลัง” เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามคดีการเสียชีวิตของ นายป๊อย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ลูกชาย ซึ่งถูกพบเป็นศพเน่าอืดบนกองขยะข้างสถานปฏิบัติธรรม ใน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเขียว ไม่สวมกางเกง โดยผลการชันสูตรต้องรอผลอีก 60 วัน ครอบครัวจึงทำพิธีฌาปนกิจทันที เนื่องจากสภาพศพเน่าเปื่อย และเดิมทีได้ลงบันทึกประจำวันไว้ว่าไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะไร้หลักฐาน
กระทั่งวันที่ 13 ส.ค.69 ครอบครัวได้รับคลิปวิดีโอสะเทือนใจ ปรากฏภาพนายป๊อยกำลังถูกกลุ่มคนรุมทำร้ายอย่างทารุณ โดยมีการโต้เถียงกดดันให้รับสารภาพเรื่องยาเสพติด ขณะที่ผู้ตายร้องปฏิเสธว่า "ผมไม่ได้เอาไป" แม่ผู้เสียชีวิตจึงเชื่อว่าลูกชายถูกแก๊งยาเสพติดทรมานจนเสียชีวิตแล้วนำศพมาทิ้งหมกขยะอย่างอำมหิต จึงนำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ กัน จอมพลัง เพื่อให้ช่วยลากตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ
ล่าสุด กัน จอมพลัง นำทีมงานลงพื้นที่ อ.พระพุทธบาท เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยระหว่างลงพื้นที่ นายรุ่ง (นามสมมติ) หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อเข้าให้ข้อมูล อ้างว่าวันเกิดเหตุมีการชกต่อยกันจริง เพื่อบังคับให้ผู้ตายยอมรับว่าเอายาไปซุกไว้ที่ไหน แต่นายรุ่งอ้างว่าน่าจะเป็นคนในกลุ่มกันเองที่แอบเอาไปใช้จนยอดไม่ตรง แล้วสร้างสถานการณ์ยัดความผิดให้นายป๊อยเป็นแพะ
นายรุ่ง ยอมรับว่าตนเองเป็นคนเดินยาเสพติดในพื้นที่วันละ 50–60 เม็ด และเคยติดคุกมาแล้ว 3 ครั้ง โดยในวันเกิดเหตุตนได้เตะนายป๊อยไป 2 ครั้ง ขณะที่นายป๊อย อยู่ในสภาพบอบช้ำหนักแต่ยังมีลมหายใจอยู่ อย่างไรก็ตามหลังให้ข้อมูลเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท ได้เข้าอ่านหมายจับและควบคุมตัวนายรุ่งไปสอบสวนทันที โดยนายรุ่งให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ด้านกัน จอมพลัง ระบุว่าจากการตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 5–6 คน ซึ่งทำยาหายกันเองแล้วมาลงที่นายป๊อย การที่นายรุ่ง อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องเป็นไปไม่ได้ เพราะเห็นนายป๊อยเจ็บหนักยังมีลมหายใจ แต่กลับไม่ช่วยส่งโรงพยาบาล แถมยังเข้าไปเตะซ้ำ
ต่อมา กัน จอมพลัง ได้พาคณะสื่อมวลชนและ นางยุพาพร (แม่ผู้เสียชีวิต) เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณชุมชนป่าช้าตาลอย โดยแม่ของผู้เสียชีวิตได้จุดธูปเชิญวิญญาณลูกชายพร้อมร่ำไห้บอก "ป๊อยกลับบ้านนะลูก แม่มารับกลับบ้าน"
ป้าเฉลียว แม่ค้าขายข้าวและก๋วยเตี๋ยว ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกและเรื่องราวความผูกพันต่อชายเร่ร่อนในชุมชนผู้ล่วงลับ ซึ่งมักจะแวะเวียนมาขอข้าวกินประทังชีวิต และคอยช่วยเหลือคนในซอยด้วยน้ำใจอยู่เสมอ ก่อนจะเสียชีวิตลงอย่างน่าสลดใจ
ป้าเฉลียว เล่าว่า ตนเองมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี โดยปกติแล้วเมื่อเขาหิว เขาก็จะมาเดินวนเวียนยืนมองอยู่ที่หน้าร้าน ซึ่งป้าเฉลียวก็มีจิตเมตตาหยิบยื่นอาหารและก๋วยเตี๋ยวให้เขากินฟรีทุกวัน เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ ทุกครั้งที่ป้าเฉลียวหรือคนในซอยมีงานอะไร ผู้เสียชีวิตก็มักจะเข้ามาเสนอตัวช่วยงานด้วยความเต็มใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกางเต็นท์ หรือการช่วยเก็บขยะไปทิ้ง โดยเขาจะเดินมาถามป้าเฉลียวอย่างนอบน้อมว่า "แม่ทิ้งขยะไหม ผมเอาไปทิ้งให้"
ป้าเฉลียว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ตายเป็นคนค่อนข้างเงียบและพูดน้อย เขาเป็นคนเร่ร่อนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง บางครั้งก็นอนตามตรอกซอกซอย หรือบางครั้งก็นอนในป่าช้า แต่เขาไม่เคยเร่ร่อนไปไหนไกล จะอาศัยอยู่เพียงแค่ในละแวกนี้เท่านั้น ในด้านพฤติกรรมส่วนตัว
ป้าเฉลียว ระบุว่า เขามีพฤติกรรมเสพยาบ้างประมาณวันละเม็ดจากการขอเงินคนอื่นหรือนำเงินที่ได้รับจ้างมาซื้อ อย่างไรก็ตาม คนในตรอกต่างก็รักและสงสารเขา เนื่องจากเขาเป็นคนไม่มีพิษมีภัยกับใคร และทุกคนในตรอกต่างก็พากันหยิบยื่นข้าวปลาอาหารให้เขากินด้วยความสงสารและเอ็นดูมาโดยตลอด
ในวันเกิดเหตุที่มีผู้พบศพ ป้าเฉลียวระบุว่าจุดที่พบศพอยู่บริเวณท้ายตรอก ในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงที่ตนนอนหลับอยู่จึงไม่ได้เห็นหรือได้ยินเหตุการณ์จริง มารู้เรื่องอีกทีตอนที่มีคนมาเล่าข่าวให้ฟังจึงตามไปดูศพ
แต่เนื่องจากความกลัว ป้าเฉลียว จึงไม่ได้เข้าไปดูใกล้ๆ ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ สภาพศพในเวลานั้นเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมารุนแรง และมีลักษณะอืดบวมตามที่ปรากฏในภาพ ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นตนเองไม่ทราบแน่ชัด รู้เพียงตามคำบอกเล่าของชาวบ้านและกระแสข่าวเท่านั้น
สุดท้าย ป้าเฉลียว ระบุด้วยความตื้นตันและเศร้าโศกว่า รู้สึกเสียใจและสงสารผู้ตายอย่างสุดซึ้งที่ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้ เพราะตลอดเวลาที่รู้จักกันเขาเป็นคนดี ไม่มีพิษภัย และเป็นเสมือน "FC" หรือผู้สนับสนุนขาประจำของที่ร้านเสมอมา
ทางด้าน พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระพุทธบาท ได้เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีและการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ หลังได้รับแจ้งเหตุพบศพชายเสียชีวิตในลักษณะผิดธรรมชาติในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุในช่วงก่อนเที่ยง โดยศูนย์วิทยุแจ้งเหตุพบศพชายรายดังกล่าวบริเวณสถานปฏิบัติธรรมป่าช้า ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รุดไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาและรวบรวมพยานหลักฐาน ทำแผนที่ และซักถามข้อมูลในเบื้องต้น
จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ โรงพยาบาล มศว. นครนายก เพื่อหาสาเหตุการตายตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ แม้ในขณะที่ให้สัมภาษณ์จะยังไม่ได้รับผลการผ่าชันสูตรอย่างเป็นทางการ แต่ทางผู้กำกับฯ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนทันทีเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานรอบพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ข้อมูลทางโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการซักถามบุคคลใกล้เคียง จนทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุกลุ่มผู้กระทำความผิดได้ และเริ่มปฏิบัติการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดหลักจริงๆ มีทั้งหมด 6 คน จับกุมตัวได้แล้ว 4 คน ซึ่งเริ่มจากการจับกุมตัวผู้ที่มีประวัติการเสพยาเสพติดเข้ามาสอบสวน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตามหมายจับอีก 2 คน
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก 2 คน ซึ่งทางตำรวจจะต้องเรียกตัวพร้อมผู้ปกครองมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผู้กำกับฯ เน้นย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดในคดีที่มีผู้เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาตินี้ เป็นไปตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด
เจ้าหน้าที่ต้องทำสำนวนชันสูตรพลิกศพร่วมกับผู้เกี่ยวข้องและส่งผ่าพิสูจน์เพื่อให้แพทย์ลงความเห็นในการสรุปสาเหตุการตาย ขณะนี้ทางตำรวจกำลังรอเพียงผลสรุปชันสูตรอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาสรุปในสำนวนคดีต่อไป
Advertisement