
จากกรณีการปล่อยตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 86 ปี เจ้าของฉายา “ราชานักค้ายาเสพติด” อดีตมือขวาของ “ขุนส่า” ผู้ต้องขังคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธปืน ซึ่งได้รับการพระราชทานอภัยโทษ พุทธศักราช 2569 นั้น
ล่าสุด พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ได้เปิดใจผ่านรายการในช่องยูทูบ "โจ เรวัช กลิ่นเกษร" ถึงความรู้สึกหลังทราบข่าวการปล่อยตัวเล่าต๋า พร้อมย้อนเล่าเบื้องหลังปฏิบัติการจับกุมเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559
พล.ต.ท.เรวัช เผยว่า เล่าต๋าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในอดีตตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็น ผบช.ปส. เคยนำกำลังตำรวจและทหารบุกเข้าค้น แต่จับได้เพียงอาวุธปืน สู้คดี 3 ปีก็พ้นผิด จนกระทั่งช่วงที่ตนเองเพิ่งเกษียณอายุราชการ ได้ร่วมกับ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข (ผบช.ปส. ขณะนั้น) วางแผนส่งสายลับล่อซื้อไอซ์ 20 กิโลกรัม จนสามารถจับกุมเล่าต๋า ภรรยา ลูกชาย และเครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สินได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท
พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า เดิมทีคดีนี้มีโทษถึงประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ทว่าเมื่อติดคุกจริงกลับได้รักษาสิทธิและได้รับการปล่อยตัวหลังจำคุกเพียง 8 ปี
"ศาลทำหน้าที่แล้ว ตำรวจทำหน้าที่แล้ว อัยการทำหน้าที่แล้ว โทษประหารชีวิต รับสารภาพเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่ติดจริง 8 ปี ถามว่าช้ำใจไหม… ช้ำใจ มีเงินเป็นหมื่นๆ ล้าน ติด 8 ปี มันต้องแก้ไขตรงไหน"
พล.ต.ท.เรวัช ยืนยันว่า ตนเองผ่านความเป็นความตายมาเยอะ ไม่เคยกลัวคนร้าย หากเป็นตำรวจแล้วกลัวคนร้ายก็อย่ามาเป็น แต่สิ่งที่กังวลและช้ำใจที่สุดคือ ลูกน้องและสายลับที่เคยร่วมบุกจับ ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการกันหมดแล้ว ปืนก็ไม่มีพกติดตัว มีแต่ "สากกระเบือ"
Advertisement