
กรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.69 โดยนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุ 14 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนนักเรียนและครู ภายในบริเวณชั้น 6 อาคาร 5 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย
โดยบรรยากาศที่วัดลาดปลาดุก จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็น ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งร่างบำเพ็ญกุศลของ “น้องเฟย์” หรือ “น้องกระเพรา” อายุ 12 ปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ตั้งแต่เคลื่อนร่างของน้องมาถึงที่บริเวณศาลาที่ 3 ซึ่งทางผู้เป็นแม่ หรือ นางนวพรรษ อายุ 49 ปี ยังทำใจไม่ได้ และร่ำไห้กอดกับญาติ ต่อหน้าร่างอันไร้วิญญาณ ที่ทางเจ้าที่เคลื่อนมารอคอยพิธีรดน้ำศพ ที่จะมีขึ้นในเวลา 16:00 น. และพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา 17:00 น.
ต่อมาทางครอบครัวรวมไปถึงคุณครูและกลุ่มเพื่อนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 1/6 ทยอยเดินทางมาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ขณะเดียวกันยังมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมไปถึงรัฐมนตรี ประจำกระทรวงต่างๆ เช่นกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการส่งพวงหรีดมาร่วมไว้อาลัยกับครอบครัวที่สูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รักในครั้งนี้
ทั้งนี้ทางคุณแม่ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า และยังไม่สามารถพูดหรืออธิบายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่ในส่วนของคุณพ่อ หรือ นายพงษ์ธร อายุ 55 ปี ได้ออกมาเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ขณะนี้ไม่ได้ติดใจหรือคิดแค้นใคร เนื่องจากเหตุการณ์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการดูแลสภาพจิตใจของลูกๆที่ยังคงอยู่ให้ดีที่สุด รวมไปถึงคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่ของน้องที่ยังทำใจไม่ได้
"ตนขออโหสิกรรมให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น และไม่โทษใครทั้งสิ้น สำหรับผู้ก่อเหตุก็ไม่ทราบว่าเขาต้องเจออะไรมาบ้างก็ไม่รู้ จึงไม่อยากโทษใคร วันนี้ตนอยากเพียงเห็นลูกของตนไปอย่างมีความสุข"
ส่วนประเด็นเรื่องมาตรการและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยนั้น ตนมองว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงกำลังเร่งดำเนินการดูแลตามขั้นตอน สำหรับทางโรงเรียนเชื่อว่าได้ทำหน้าที่ดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น จึงไม่อยากให้มองว่าใครเป็นฝ่ายผิด แต่ควรหาทางแก้ไขและวางมาตรการป้องกันร่วมกันในอนาคตต่อไป โรงเรียนก็มีความปลอดภัยและมาตรการมาแล้วก็ไม่โทษโรงเรียน
Advertisement