
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 24 ก.ย. 69 พื้นที่เมืองพัทยา และบริเวณใกล้เคียง มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ส่งผลให้มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน ทั้ง ต.โป่ง และ ต.หนองปรือ ไหลเข้าสู่ระบบคลองระบายน้ำ ก่อนเกิดน้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่พัทยา
จุดที่ได้รับผลกระทบมีทั้งถนนพัทยาสาย 3 ถนนเลียบทางรถไฟ ซอยบัวขาว ตลอดจนบริเวณวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ โดยหลังสถานบันเทิงทยอยปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องเดินฝ่าสายฝน และน้ำท่วมขัง เพื่อเดินทางกลับที่พัก ขณะที่ตามถนน และคลองระบายน้ำหลายแห่งมีกระแสน้ำไหลแรงจากปริมาณน้ำที่สะสมต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกคลอง บริเวณซอยมาบยายเลีย 45 ย่านเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเดินทางเข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบพื้นที่โดยรอบมีน้ำท่วมขัง ส่วนจุดเกิดเหตุเป็นคลองระบายน้ำที่มีกระแสน้ำไหลแรง เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายชาวต่างชาติ 3 คน ซึ่งพยานคาดว่าเป็นชาวเกาหลี เดินมาตามเส้นทางที่มีน้ำท่วม โดยอาจไม่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นสะพานข้ามคลอง ก่อนมีผู้พลัดตกลงไปในกระแสน้ำ
นายธิกร ทองก้านเหลือง อายุ 17 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ชายต่างชาติเดินมาด้วยกันทั้งหมด 3 คน ก่อนมี 2 คนพลัดตกลงไปในคลอง ส่วนอีกคนสามารถเกาะราวสะพานไว้ได้ โดยตนสามารถช่วยดึงหนึ่งในผู้ที่ตกน้ำขึ้นมาได้สำเร็จ ขณะที่อีกคนถูกกระแสน้ำพัดหายไป
นายธิกร ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุสามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 2 คน ส่วนอีก 1 คนยังสูญหายอยู่ภายในคลอง อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่ทราบว่าเพื่อนของผู้สูญหายอีก 2 คนเดินทางไปที่ใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างระดมกำลังตรวจสอบและค้นหาผู้สูญหายตามแนวคลอง ขณะที่ฝนที่ตกต่อเนื่องและปริมาณน้ำจำนวนมาก ทำให้การปฏิบัติงานต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากกระแสน้ำภายในคลองยังไหลแรง
ส่วนสัญชาติและข้อมูลประจำตัวของผู้สูญหาย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่
ส่วนภาพวงจรปิดตามเวลาในกล้อง 07.50 น. ซึ่งไม่ตรงเวลาจริง ต่างชาติทั้ง 3 คน สวมเสื้อดำ 2 คน เสื้อขาว 1 คน เดินกอดคอกัน 2 คน อีกคนเดินกางร่มมาข้างหลัง ก่อนผ่านบ้านดังกล่าว ซึ่งติดกับคลอง โดยต่างชาติเสื้อขาวและเสื้อดำ ที่กอดคอกันพลัดตกลงคลองไปแต่สามารถช่วยเสื้อดำไว้ได้ทัน ส่วนเสื้อขาวพลัดหายไปกับสายน้ำ
Advertisement