
จากกรณี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ชน ด.ช. อายุ 13 ปี เสียชีวิตแล้วหนี ขณะเดินเท้า บนถนนเลียบน้ำปิง เส้นทางบ้านวังตาล มุ่งหน้าตลาดดอนชัยป่าแดด ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา
ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ปัญญาจารย์ วิจิตรถิรธรรม” โพสต์ข้อความระบุว่า “กูตามมึงเจอแล้วววว”
จากนั้นโพสต์ข้อความอีกว่า รับแจ้งเหตุจากเสี่ยบอล เวลา 20.44 น. ขอช่วยตรวจสอบกรณีเด็กโดนรถชน แรกไม่รู้เป็นใคร ถามไปถามมาลักษณะคุ้นๆ ไอ่สตีฟ ปิดเหตุการณ์ เวลา 02.44 น. ตร.จับกุมผู้กระทำความผิดไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้ง 3 ข้อหาหนัก เบื้องต้นยังไม่ให้ประกันตัว เตรียมนำฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้ ส่วนร่างสตีฟ อยู่นิติเวช รพ.มหาราช จะนำร่างไปฝังตามหลักศาสนาอิสลาม ที่บ้านป่าเหว จ.ลำพูน ในวันพรุ่งนี้
สตีฟ เป็นชื่อที่ป้องกันฯริมปิง ตั้งชื่อให้น้อง เพราะน้องชอบมาเล่นที่สถานีบ่อยๆ ลักษณะเป็นเด็กกิจกรรม ชื่อจริงน้องคือ ดช.บุญนำ ลุงมิ้น มีบัตรเลข 0
ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “คุนชายเทวดา สุดหล่อ” โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า กำลังหลักอายุ 13 ปี หาเงินเลี้ยงครอบครัวถูกรถชนเสียชีวิต
23.50 น.ผู้ต้องหาคดี ขับรถชนเด็กชายอายุ13ปีในพื้นที่ตำบลป่าแดด เสียชีวิต แล้วหลบหนี ขณะนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมือง เชียงใหม่ และหัวหน้าหนึ่ง ปัญญาจารย์ วิจิตรถิรธรรม งานป้องกันเทศบาลตำบลป่าแดด ควบคุมตัวเรียบร้อย และผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ มีจำนวนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และพบหลักฐานการ เฉี่ยวชนบริเวณรถ ชัดเจน จึงจำนนต่อหลักฐาน และทางพนักงานสอบสวนเร่งทำคดีให้เป็นธรรมที่สุดต่อไป
ทั้งนี้ตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้ติดตามจับกุมผู้ขับขี่รถกระบะสีเทา ทะเบียน บง 3827 แม่ฮ่องสอน ได้แล้ว หลังก่อเหตุชนเด็กชายชาวเมียนมา อายุ 13 ปี เสียชีวิต บริเวณหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 7 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนขับรถออกจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตามจับผู้ต้องหาได้ที่หอพักใกล้วัดป่าแดด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร พบอยู่ในสภาพมึนเมา ผลตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 178 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
เบื้องต้นผู้ต้องหาเป็นชายชาวไทยใหญ่ มีภูมิลำเนาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ ก่อนถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเปิดร้านของชำอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิด จึงรีบวิ่งออกมาดู ก่อนพบเด็กชายอายุ 13 ปี นอนแน่นิ่งกลางถนนในสภาพถูกรถชนอย่างรุนแรง จึงให้ภรรยาโทรแจ้งหน่วยกู้ภัย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจึงเดินทางมาถึง แม้เจ้าหน้าที่จะเร่งปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เด็กไม่มีสัญญาณชีพแล้ว
ชาวบ้านยังเห็นว่ารถกระบะสีเทาคันก่อเหตุขับหลบหนีไปทันที โดยไม่จอดลงมาช่วยเหลือหรือแสดงความรับผิดชอบ หลังเกิดเหตุจึงช่วยกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านนวดและร้านของชำใกล้เคียง เพื่อส่งมอบเป็นหลักฐานให้ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
เด็กชายผู้เสียชีวิตเป็นชาวโรฮิงญา น้องสตีฟ เด็กชายอายุ 13 ปี อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และน้องสาว ในบ้านเช่าใกล้จุดเกิดเหตุ ครอบครัวมีฐานะยากจน เด็กชายมักออกมาเล่นกับเพื่อนบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ ขณะที่ถนนสายนี้อยูใจกลางชุมชนเป็นทางตรงถนนแคบ ไม่มีไหล่ทางในฝั่งที่น้องเดินอยู่ และมีรถใช้ความเร็วสูง แม้ช่วงเกิดเหตุจะเป็นเวลาหลังฝนหยุดและเริ่มมืด แต่ยังไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น
หลังทราบข่าวว่าตำรวจจับกุมคนขับได้แล้ว และพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายมากกว่า 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านต่างตั้งคำถามว่าทำไมผู้ก่อเหตุจึงไม่หยุดลงมาช่วยเหลือเด็กหลังชน แต่กลับขับรถหลบหนี พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านเช่าของครอบครัวผู้เสียชีวิต พบว่าบ้านถูกปิดไว้ เนื่องจากพ่อแม่เดินทางไปดำเนินเรื่องรับศพ เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ครอบครัวนี้มาเช่าอยู่ในราคาถูกเพราะเห็นใจ พ่อมีอาชีพเก็บของเก่าขาย แต่ช่วงนี้รถเสียจึงขาดรายได้ ส่วนแม่รับจ้างทั่วไป ทั้งสองต้องเลี้ยงดูลูก 2 คน ซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนป่าแดด โดยผู้เสียชีวิตเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนน้องสาวเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครอบครัวมีรายได้แบบวันต่อวัน บางเดือนยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน เจ้าของบ้านก็ช่วยผ่อนปรนให้
ล่าสุด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลในข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความผิดที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป ส่วนทางพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตช่วงสายวันนี้ ครอบครัวจะเดินทางไปรับศพเด็กชายกลับมาประกอบพิธีตามหลักศาสนา
Advertisement