
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณในวาระที่ 2 ว่าเมื่อดูเข้าไปในเนื้อได้เรียนรู้ลงไปในรายละเอียด ต้องขอยืมคำพูดของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า "นางฟ้าอยู่ในหลักการ อยู่แต่ว่าซาตานอยู่ในรายละเอียด" ซึ่งในการพิจารณาวาระที่ 2 จะเป็นการลงรายละเอียดในระดับโครงการ มีโครงการอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ก็จะอภิปรายให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าในงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท มีโครงการอะไรบ้าง พี่สมควรจะต้องถูกตัดลดงบประมาณหรือตัดทิ้งทั้งโครงการตั้งแต่ในชั้นอนุกรรมาธิการแต่ยังหลุดรอดเข้ามาได้ ซึ่งเราจะพยายามโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก ให้ยินยอมพร้อมใจปรับลดงบประมาณพร้อมกับเราในวาระนี้ โดยวันแรกเป็นการพิจารณางบประมาณในภาพรวมว่าแต่ละกระทรวงเจอปัญหาร่วมกันอย่างไร เพื่อนำไปสู่การปรับลดงบประมาณได้ในภาพรวม และวันนี้จะมีการพิจารณางบกลางด้วย ซึ่งจะมีการแปลเพิ่มไปสู่งบกลางราว 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกหลายกระทรวงที่น่าสนใจ ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหมด้วย
เมื่อถามว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟใต้มีอะไรน่าจับตาบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากเดิมที่เคยอยู่ในแผนงานบูรณาการ กลายร่างมาอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ ซึ่งในรายละเอียดไม่มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เน้นไปที่การใช้ทหารนำการเมือง เราจะอภิปรายถึงในเรื่องนี้ แต่หลังจากหมดการพิจารณางบประมาณในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ก็จะเข้าสู่ยุติด่วนด้วยวาจาเรื่องไฟใต้ต่อในวันพฤหัสบดี เพราะยังมีผู้อภิปรายคงค้างอยู่จำนวนมาก และไม่แน่ใจว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนั้นหรือไม่ เพราะรัฐบาลก็มีการเติมชื่อเข้ามาเรื่อยๆ จึงไม่แน่ใจว่ารายงานของ กกต.จะเข้าสู่การพิจารณาได้ในวันพฤหัสบดีหรือไม่
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงหน่วยงานในการใช้งบประมาณหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีประชาชน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียด ว่าแต่ละบาทแต่ละโครงการนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอรัปชั่นในอนาคตหรือไม่ เพราะในชั้นนี้ก็ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น วันนี้จะเป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน โดยเฉพาะของหน่วยงานที่จะต้องผ่านการตรวจตราจากรัฐมนตรีมาแล้วว่ามีปัญหาอย่างไร เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตหวังว่าหน่วยงานจะเกิดความเข้าใจว่า สส.ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ละหน่วยงานสามารถตอบข้อซักถามสส.ในที่ประชุมได้อย่างเต็มที่ ขออย่าโกรธเคืองกัน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงทิศทางการโหวตลงมติในวาระที่ 2 หากไม่สามารถปรับแก้อะไรได้ว่าตัวงบประมาณยังคงเป็นหน้าตาไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แถมยังมีการปรับลดปรับเพิ่มในส่วนที่เราไม่เห็นด้วย เราก็คงจะต้องโหวตไม่เห็นด้วยเหมือนเดิม
"ย้ำอีกทีในเรื่องของการแปรงบประมาณเพิ่ม ปีนี้ที่ถูกปรับลดงบประมาณไปได้ในชั้นอนุกรรมาธิการ ราวเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่ถูกนำไปใส่ในงบกลางโดยอ้างว่าใช้เป็นค่าโง่คลองด่านถึง 6,000 ล้านบาท ทั้งๆที่เคยอยู่ในงบประมาณอยู่แล้ว 3,000 ล้านบาท คุณก็ไปตัดมันออกมาแล้วมาใส่ในงบกลางแล้วโปะเพิ่มอีก 3,000 บาทเบิ้ลเข้าไปเป็น 6,000 บาท ใส่ในกองทุนวิจัย 4 พันล้านบาท และใส่ในกองทุนหมู่บ้านอีก 500 ล้านบาท ขณะที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยอยากให้ไปใส่ไปในกองทุน กยศ.มากกว่าเพราะมีเด็กอีกจำนวนมากที่รอการอนุมัติจากกองทุน กลับไม่ได้รับการตอบรับในส่วนนี้ ก็คงต้องทักท้วงรัฐบาลว่ามันอาจจะไม่ถูกต้องเลยทีเดียว" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงนกกลางที่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ว่ามีแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 1,200 ล้านบาท ในวัตถุประสงค์มีความใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน 200,000 ล้านบาทที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ปั่นผวนจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่ในส่วนนี้มีวิธีการใช้ที่แตกต่างออกไป ซึ่งเราไม่เห็นด้วย เพราะงบประมาณมีค่อนข้างจำกัดกับปัญหารายจ่ายประจำที่พอกพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากตรงไหนประหยัดได้ก็ไม่ควรถูกตั้งให้เกิดความซ้ำซ้อน เว้นแต่ว่ารัฐบาลจะสัญญาว่าตัว พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทจะใช้เพียงแค่ 4 แสนลบ 12,000 ล้านบาท เราก็อาจจะยินดีให้ใช้ ขณะที่โครงการมูลค่า 12,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลก็ออกแบบให้เป็น matching fund รัฐบาลออกส่วนหนึ่งและหน่วยงานออกอีกส่วนหนึ่ง เพื่อดึงนำเม็ดเงินสะสมนอกงบประมาณมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยหลักการแล้วดีสามารถทำแบบนี้กับเงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้ แต่นำมาตั้งไว้ในงบกลางท้ายที่สุดอาจจะถูกแปรเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ จึงเห็นว่าส่วนนี้เป็นความซ้ำซ้อน และจำเป็นที่จะต้องตัดทิ้ง
เมื่อถามต่อว่าจะมีการควบคุมสมาชิกพรรคประชาชนอย่างไร เพราะรัฐบาลมองว่าเวทีนี้เป็นเวทีอภิปรายงบประมาณไม่ใช่เวทีซักฟอก น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าไม่ควรจะเดือดเนื้อร้อนใจไปก่อนหน้าเพราะเรายังไม่เริ่มอภิปราย และงบประมาณในวาระที่ 2 ต้องอภิปรายไปในเนื้องบประมาณ ประธานก็คงไม่อนุญาตให้อภิปรายนอกเหนือจากนี้อยู่แล้ว จริงๆแล้วรัฐบาลไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ที่จะมาบอกว่านี่ไม่ใช่ศึกการซักฟอก
"จริงๆ แล้วไม่มีอะไรที่ต้องเดือดถ้าการควบคุมเป็นไปอย่างเป็นกลาง สงบเรียบร้อย เราไม่ได้มีจุดเดือดต่ำ ที่จะต้องมีวาทะเดือดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มักจะมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง การทำงานหรือเป็นการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพที่นำไปสู่วาทะเดือดๆ ในสภา ถ้าฝั่งรัฐบาลไม่ได้ตีตนไปก่อนไข้มากเกินไปก็ไม่จำเป็นต้องประท้วงกันเลย เป็นการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมาธิการ ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องมาถกเถียง หรือมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นง่ายในสภา" น.ส.กัญญา กล่าวต่อว่า นี่เป็นวิถีที่เราใช้ทำงานอยู่แล้ว แต่โอกาสที่จะเกิดวาทะเดือดมีที่มาที่ไป แต่สมเหตุสมผลหรือไม่ขอให้ประชาชนตัดสินดีกว่าว่าเราต้องมองเรื่องนี้อย่างไร
Advertisement