
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.สหรัฐ วิชัยดิษฐ รอง สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางประไพพัฒน์ อายุ 50 ปี ศาลจังหวัดตรัง ที่ 648/2550 ลงวันที่ 13 ก.ย. 2550 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น” ได้ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านรองเมือง เขตประทุมวัน กทม.
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ นายเกษตร ผู้เสียหาย ทราบว่า นางประไพพัฒน์ ภรรยาของตน ลักลอบคบหากับนายจรูญ ในลักษณะชู้สาว จึงเข้าไปต่อว่านายจรูญ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง แต่ยังไม่มีการลงมือทำร้ายร่างกายกัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 50 นายจรูญ และนางประไพพัฒน์ ได้ร่วมกันวางแผนโทรศัพท์นัดหมายนายเกษตร ไปรับประทานข้าวต้ม เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนายเกษตร ขับขี่รถจักรยานยนต์ มีนางประไพพัฒน์ซ้อนท้าย ส่วนนายจรูญ ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปเพียงลำพัง ระหว่างทางทั้งสองฝ่ายได้พบกันและเกิดการโต้เถียงกันขึ้นอีกครั้ง นายจรูญเกิดความโมโหจึงใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของนายเกษตรจนเสียหลักล้มลง ก่อนใช้อาวุธมีดแทงและปาดบริเวณลำคอ
โดยมีนางประไพพัฒน์ ช่วยจับมัดร่างกายนายเกษตร เพื่อให้นายจรูญ ลงมือได้สะดวก เมื่อทั้งสองเข้าใจว่านายเกษตรถึงแก่ความตายแล้ว จึงพากันหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองตรุด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านายเกษตร ยังคงมีสัญญาณชีพ จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล กระทั่งพ้นขีดอันตรายและสามารถให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลออกหมายจับนายจรูญ และนางประไพพัฒน์ ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายจรูญได้ และถูกดำเนินคดีจนคดีถึงที่สุด โดยได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว
ส่วนนางประไพพัฒน์ ยังคงหลบหนีการจับกุม โดยมักย้ายไปพักอาศัย และทำงานตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อทราบหรือระแวงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนใกล้ถึงตัว ก็จะเปลี่ยนสถานที่หลบซ่อน ทำให้สามารถหลบหนีการจับกุมมาได้เป็นเวลานานกว่า 19 ปี
กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. สืบสวนทราบว่า นางประไพพัฒน์หลบหนีมาทำงานอยู่ภายในบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง บริเวณย่านรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง แต่ใช้ชีวิตประจำวันและพักอาศัยอยู่ภายในรถบรรทุกสิบล้อของบริษัท ซึ่งสามีคนปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าตรวจสอบ และเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว จนพบนางประไพพัฒน์ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองตรุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเพียงอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งนั่งรถคันเดียวกับผู้บาดเจ็บ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงมือกระทำผิดดังกล่าว
Advertisement