
น.ส.อุษา ทัดศรี พี่สาวคนสนิทของ นายสุวิชชา ศิริสลุง และ น.ส.นํ้าทิพย์ ทับสุข ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุเดินทางมาเที่ยวกับน้องและเพื่อนรวม 5 คน โดยช่วงแรกนั่งอยู่บริเวณด้านหลังร้านใกล้ห้องน้ำ แต่รู้สึกว่าพื้นที่ค่อนข้างแคบ จึงย้ายมานั่งบริเวณข้างเวที ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเพลิงไหม้
ระหว่างนั่งอยู่ในร้าน เริ่มได้กลิ่นคล้ายแก๊ส จึงชวนน้องที่มาด้วยกันออกจากร้าน เมื่อเดินพ้นประตูออกมาได้ไม่ถึง 1 นาที ก็เห็นกลุ่มควันเล็กน้อยบริเวณเวทีดนตรี จึงให้น้องวิ่งกลับเข้าไปตามเพื่อนที่ยังอยู่ด้านใน แต่เพียงไม่นานน้องก็วิ่งกลับออกมาพร้อมกับเปลวไฟที่พวยพุ่งตามหลัง
ยอมรับว่าตนเองรู้สึกตกใจมากยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้และพยายามจะช่วยน้องด้วยการใช้เก้าอี้ทุบกระจกจากข้างนอกร้าน และพยายามตะโกนเรียกให้มาตามเสียง แต่สิ่งที่เห็นคือทุกอย่างมืดไปหมดเพราะกลุ่มควันจํานวนมาก
หลังเกิดเหตุ ตนพยายามกลับเข้าไปตามหาน้อง แต่ไม่สามารถหาเจอได้ เนื่องจากควันหนาทึบและความร้อนรุนแรง ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้ทั้ง 3 คนที่อยู่ด้านในหนีออกมาไม่ทัน
โดยวันเกิดเหตุตนเองมากับน้องๆรวม 5 คน นายสุวิชชา ศิริสลุง และ น.ส.นํ้าทิพย์ ทับสุข เสียชีวิต ส่วน น.ส.จีจี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU
สําหรับร้านแห่งนี้ถือเป็นร้านประจำ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพบเหตุผิดปกติมาก่อน และไม่ได้สังเกตเห็นป้ายทางหนีไฟ เห็นเพียงป้ายที่ระบุว่า “เฉพาะพนักงาน” ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการปิดประตูร้าน ไม่สามารถยืนยันได้ และในช่วงเกิดเหตุไม่ทราบว่ามีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของร้านช่วยอพยพผู้คนหรือไม่ เพราะขณะนั้นทุกคนอยู่ในอาการตกใจอย่างมาก
ผู้รอดชีวิตกล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังจากนี้คงไม่พาน้องมาเที่ยวอีกแล้ว หากเลือกได้ก็ไม่อยากให้น้องต้องมาจบชีวิตแบบนี้ เพราะน้องมีลูกเล็ก 2 คน เหลือเพียงคุณยายเป็นผู้ดูแล ตนรู้สึกเหมือนสูญเสียน้องสาวแท้ ๆ แต่คนเป็นแม่น้องคงรู้สึกมากว่า อย่างไรก็ตามตนเองอยู่กับน้องจนถึงวินาทีสุดท้ายจนเจอศพ และพาไปยังสถาบันนิติเวชก่อนกลับบ้านเพื่อตั้งสติ
เธอยอมรับว่า ตลอดชีวิตไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน และหลังจากนี้คงไม่อยากไปเที่ยวสถานบันเทิงอีก เพราะตั้งใจไปหาความสุข แต่กลับต้องสูญเสียคนสำคัญ
ทั้งนี้ ยังฝากถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิงทุกแห่งให้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะการจัดเตรียมถังดับเพลิงให้เพียงพอ ตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและไม่หมดอายุ รวมถึงออกแบบประตูหนีไฟให้มีขนาดใหญ่เพียงพอรองรับการอพยพจำนวนมาก และควรใช้ประตูแบบผลักเปิด ไม่ใช่ประตูเลื่อน เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้คนจะพยายามผลักประตูเพื่อเอาชีวิตรอด
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น เธออยากให้มีการเยียวยารถยนต์ของผู้เสียหายด้วย เพราะรถของตนมีร่องรอยความเสียหายคล้ายถูกของมีคมขีดเป็นรอยลึกจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เข้าใจถือเป็นการฟาดเคาะห์
Advertisement