
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. นายอดิศักดิ์ บุญสุขเจริญวงษ์ อายุ 32 ปี ได้เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกเพื่อนบ้านสร้างความเดือดร้อนรำคาญและคุกคามอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี จนคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่อายุมากกว่า 60 ปี ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข แม้จะพยายามแจ้งความและโทรประสานสายด่วน 191 หลายครั้ง แต่เรื่องกลับยังเงียบหาย
นายอดิศักดิ์ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเองอาศัยอยู่ที่นี่มากว่า 10 ปี แต่ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อ 2-3 ปีก่อน หลังจากคู่กรณีย้ายเข้ามาอยู่ โดยเริ่มจากการทุบกำแพงห้องส่งเสียงดังรบกวน เมื่อตนทุบกลับไปหนึ่งครั้ง คู่กรณีก็เดินมาเตะประตูบ้านจนพังเสียหาย แม้จะยอมซ่อมให้ในภายหลัง แต่หลังจากนั้นกลับมีพฤติกรรมรังควานหนักขึ้น ทั้งการเปิดลำโพงเสียงดังสนั่นในช่วงกลางดึก ตั้งแต่สองทุ่มจนเลยเที่ยงคืน มีทั้งเสียงเพลง เสียงบทสวดมนต์ เสียงหมาหอน เสียงเล่านิยาย ไปจนถึงการตีกลองชุด ส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านระแวกนั้นจนต้องเข้าแจ้งความร่วมกัน
ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตเข้ามาตรวจสอบ พฤติกรรมดังกล่าวก็เงียบหายไปประมาณ 1 ปี ทว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา คู่กรณีกลับเปลี่ยนวิธีมาใช้วิธีโยนถุงเศษอาหาร ถุงน้ำปลาร้า ถุงแกง และขยะต่าง ๆ จากชั้นบนลงมาใส่หลังคาบ้านตนเองถึง 5-6 ครั้ง จนถุงแตกส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งและซึมเข้าฝ้าเพดานบ้าน ตนจึงตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดจนสามารถบันทึกภาพขณะคู่กรณีกำลังโยนขยะลงมาได้อย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐานแจ้งความ นอกจากนี้ ทุกครั้งที่โทรแจ้ง 191 คู่กรณีมักจะไหวตัวทัน ปิดเครื่องเสียงและเก็บตัวเงียบในบ้านทำให้ตำรวจทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งตนยังได้รับข้อมูลจากอดีตคนใกล้ชิดของคู่กรณีว่า บุคคลนี้มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและอาจมีอาวุธปืนในครอบครอง ทำให้ครอบครัวหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง และสำนักงานเขตดุสิต เข้ามาช่วยเหลือและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อคืนความสงบสุขให้ครอบครัวเสียที
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยขอให้สำนักงานเขตดุสิตเร่งตรวจสอบความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข และขอให้ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เร่งดำเนินคดีเนื่องจากผู้เสียหายมีหลักฐานชัดเจน รวมถึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องสารเสพติดและการครอบครองอาวุธปืนของคู่กรณีรายนี้ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายจนเกิดความสูญเสีย ซึ่งไม่ควรรอให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขในภายหลัง
Advertisement