
จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหมที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (12 ก.ค.69) ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยยอดผู้บาดเจ็บล่าสุด 71 ราย และเสียชีวิต 27 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีผู้เสียชีวิตชาว จ.กำแพงเพชร อยู่ด้วย คือ “น.ส.กนกทิพย์ ศรีสุข” (แอม) อายุ 31 ปี โดยได้ไปทำงานอยู่สถานเสริมความงามในกรุงเทพฯ ซึ่งได้ไปเที่ยวกับเพื่อนในคืนที่ผ่านมาด้วย
ขณะที่ญาติและครอบครัวของ น.ส.กนกทิพย์ (แอม) ผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวก็ตกใจอย่างมาก โดย นางจำเรียง ง่วนทอง อายุ 56 ปี (แม่) อาชีพขายส้มตำรถเข็นอยู่หน้าวัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม อยู่ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปติดต่อรับศพลูกสาวมาบำเพ็ญกุศลบ้านเกิดในจังหวัดกำแพงเพชร โดยคาดว่าน่าจะถึงภายในคืนนี้
โดยจาก stories เฟชบุ๊ก ของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์คลิปขณะก่อนเกิดเหตุภายในโรงเบียร์ฯ ซึ่งกำลังนั่งดื่มกินอยู่กับเพื่อนรวม 6 คน และรูปภาพที่ตนเองถ่ายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ซึ่งญาติได้ประสานผู้เป็นแม่อยู่ตลอดเวลาขณะไปรับศพ โดยได้เข้าแจ้งความกับตำรวจและกำลังรอรับศพลูกสาวเพื่อนำศพลูกกลับบ้านภายในวันนี้
ซึ่งเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เพียง 3 วัน เพิ่งจะเป็นวันครบรอบคล้ายวันเกิดปีที่ 31 ของน้องแอม
น.ส.สุพิชฌาย์ บัวแพง อายุ 49 ปี ผู้เป็นอา เล่าว่า หลานสาวตนเองเป็นคนนิสัยร่างเริงแจ่มใส ซึ่งได้เข้าไปทำงานอยู่ในสถานเสริมความงามในกรุงเทพมหานครได้ไม่นาน ชีวิตกำลังไปได้ดี ซึ่งเมื่อคืนได้ออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนโดยที่แฟนหนุ่มไม่ได้ไปด้วย หลังจากทราบข่าวเห็นชื่อผู้เสียชีวิตก็ตกใจไม่คิดว่าจะเป็นหลานสาวของตนเอง
โดยผู้เป็นแม่ก็ทำใจไม่ได้และรีบเดินทางไปหาลูกทันที ขณะนี้ทางญาติก็เตรียมงานศพอยู่ที่บ้านและเฝ้ารอรับร่างหลานสาว ซึ่งหลานสาวก็เพิ่งกลับมาเที่ยวบ้านได้ไม่กี่เดือน โดยยังได้พูดคุยกันกับตนว่าปีใหม่จะกลับมาเที่ยวอีกรอบ เมื่อไม่กี่วันก็เพิ่งอวยพรวันเกิดของหลานสาวไป
โดยตามคำบอกเล่าของแฟนหนุ่มของหลานสาว เล่าว่ามีปากเสียงกันและได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน โดนแฟนหนุ่มผิดสังเกตว่าทำไมไม่กลับมาสักทีจนประมาณตีสอง ซึ่งพยายามช่วยกันติดต่อหลายทาง จนสุดท้ายทางนี้มูลนิธิฯ รับสายและแจ้งว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุก็พบกระเป๋าของหลาน จึงเชื่อว่าใช่จริงๆ
ในสิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุด คือสถานบันเทิงมีประกันให้กับผู้เสียชีวิตหรือผู้ใช้บริการหรือไม่ เนื่องจากบ้านของผู้เสียชีวิตอยู่ไกลและไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนจะช่วยเยียวยาอย่างไรได้บ้าง หลานสาวตนเพิ่งจะเริ่มทำงานสร้างตัว ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีนักหาเช้ากินค่ำ ซึ่งตนก็เชื่อว่าหลานของตนน่าจะเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เพราะพบร่างด้านใน โดยจากกระแสทางที่มีการปิดประตูด้านหลังไม่ให้ออกนั้น ตนมองว่าในช่วงเวลาดังกล่าวน่าจะชุกละหุก ต่างคนต่างเอาชีวิตรอดและก็เชื่อว่าน่าจะมีหลายคนที่เจอทางตันและออกไม่ได้
Advertisement