
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง เมื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี เมาแล้วขับรถพุ่งชนรถยนต์รวม 3 คัน และเด็กชายวัย 2 ขวบเสียชีวิต ขณะที่มารดาได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย
วันที่ 15 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด ที่โรงพยาบาลลำปาง พบว่า “แม่เมย์” มารดาของเด็กชายวัย 2 ขวบผู้เสียชีวิต ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกกระดูก หลังได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก แม้เวลาจะผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และมีรายงานว่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งในวันนี้ (15 มิ.ย. 69) รวมถึงอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นรักษาตัวในโรงพยาบาลนานประมาณ 1 เดือน
มีรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี เจ้าของรถกระบะคันเกิดเหตุ ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลลำปาง พร้อมพวกประมาณ 5 คน เพื่อขอเข้าเยี่ยม “แม่เมย์” และ “พ่อดุ๊ก” โดยยืนรออยู่บริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยนานกว่า 10 นาที พร้อมนำกระเช้าดอกไม้มาแสดงความเสียใจ และแจ้งความประสงค์จะมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 30,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการขออนุญาตเข้าไปถ่ายภาพขณะนำกระเช้าเข้าเยี่ยมด้วย แต่ทางครอบครัวผู้เสียหายปฏิเสธไม่รับทั้งกระเช้า และเงินเยียวยา พร้อมไม่อนุญาตให้เข้าพบภายในห้องพักผู้ป่วย โดยระบุว่า “สายเกินไปแล้ว” และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขอให้ไปตกลงจ่ายเงินเยียวยา ที่โรงพัก และที่ศาลเท่านั้น
ด้านครอบครัวผู้เสียหายระบุว่า หากจะมีการเจรจาหรือเยียวยาใดๆ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนหรือในชั้นศาลเท่านั้น
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งแม่เมย์และพ่อดุ๊กได้ล็อกประตูห้องพักผู้ป่วยไว้ ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไป เนื่องจากยังคงอยู่ในอาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ในส่วนของคดี พนักงานสอบสวนเตรียมเดินทางเข้ามาสอบปากคำแม่เมย์ และพ่อดุ๊กเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว โดยมีรายงานว่า ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาได้แต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการต่อสู้คดีตามกระบวนการกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะต้องรอผลการดำเนินคดีและคำพิพากษาของศาลต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าของรถยนต์เก๋ง Toyota Vios คู่กรณีอีกราย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของแม่เมย์ที่โรงพยาบาลลำปางเช่นกัน พร้อมเปิดเผยถึงผลกระทบที่ตนได้รับจากอุบัติเหตุครั้งนี้
เจ้าของรถเก๋ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามเจรจากับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยฝ่ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพยายามให้ตนรับเป็นคู่กรณีและมีส่วนประมาทร่วม ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว
นอกจากนี้ รถเก๋ง Toyota Vios ของตนได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนไม่สามารถนำมาใช้งานได้ ทั้งที่เป็นรถเพียงคันเดียวที่ใช้ประกอบอาชีพ และเดินทางไปทำงานในชีวิตประจำวัน
เจ้าของรถเก๋ง ระบุอีกว่า ปัจจุบันต้องเช่ารถยนต์มาใช้งานเป็นการชั่วคราว คิดค่าใช้จ่ายวันละประมาณ 1,000 บาท ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อนและภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาหรือการชดใช้ค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียวจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้เสียหายหลายฝ่ายยังคงรอความชัดเจนของกระบวนการทางกฎหมาย และการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
Advertisement