
สำหรับความคืบหน้าคดีติดตามตัวชายต้องสงสัยชาวเมียนมา ฆาตกรรมอำพรางหั่นร่างหญิงสาวยัดใส่กล่องพลาสติกทิ้งไว้ในห้องพักอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยราชปรารภ 14 แขวงมักกะสันเขตราชเทวี กทม.
วันที่ 13 มิ.ย. 69 ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านราชปรารภ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เข้าตรวจสอบภายในห้องพักชั้น 2 เลขที่ 239 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุในคดีฆ่าหั่นศพ
จากการสอบถามนายหรือ อู๋ อายุ 48 ปี ผู้พักอาศัย กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ที่พังประตูห้องเข้าไป เนื่องจากคนดูแลหอพักแจ้งว่า รู้สึกผิดสังเกต เพราะไม่เห็นน้องผู้หญิงมานานหลายวันแล้ว เกรงว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น พอเปิดเข้าไปพบว่าในห้องนํ้ามีเสื้อผ้าถูกแช่ไว้ในกะละมัง สภาพห้องตอนนั้นเหมือนโรงแรมมาก เพราะสะอาดผิดหูผิดตา และได้กลิ่นเหม็นอ่อนๆ และจึงไล่ตรวจดูในห้องทั้ง เปิดตู้เสื้อผ้า และตู้เย็น ดึงลิ้นชักเตียงก็ไม่มี แต่คิดในใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะได้กลิ่นเหม็นสาปเหมือนศพ และหน้าต่างเปิดทุกบานเหมือนเร่งระบายกลิ่น แต่วันนั้นไม่เจอ ตนเองมีธุระไปต่างจังหวัดจนมาทราบข่าววันรุ่งขึ้นว่าเจอศพถูกฆ่าหั่นชิ้นส่วนยัดกล่องพลาสติก ยอมรับว่ารู้สึกสงสารมาก
"ซึ่งในวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา เห็นผู้ต้องหามานั่งดื่มสุรา และสูบบุหรี่จัดมาก ท่าทางเคร่งเครียด ตาขวาง ดูมีพิรุธ ใครพูดอะไรก็ตกใจไปหมด แต่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะไม่ได้สนิท มีทักทายบางตามประสาคนอยู่หอพักเดียวกัน ยอมรับว่าตกใจตอนเห็นข่าวว่าผู้ต้องหาคือ นายออง เป เพราะเท่าที่เห็นผ่านมองว่าเขาเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุโหดเหี้ยมแบบนี้" นาย อู๋ กล่าว
กระทั่งเวลา 09.45 น. ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ภายในซอยราชปรารภ 14 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียด
ภายในห้องพักที่พบศพหญิงชาวเมียนมาถูกฆาตกรรมและชำแหละอำพรางศพ ยัดใส่กล่องพลาสติกสีดำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่องรอยต่างๆ ภายในห้อง รวมถึงวัตถุพยานที่อาจเชื่อมโยงไปถึงพฤติการณ์การก่อเหตุ และหาชิ้นส่วนมนุษย์ โดยเฉพาะหัวของผู้เสียชีวิตที่ยังหาไม่พบ
โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือคนงานใกล้เคียงนําเครื่องมือมาช่วยเจาะท่อ และเปิดบ่อเกรอะ เพื่อตรวจสอบว่ามีการนําชิ้นส่วนทิ้งลงในชักโครกภายในห้องนํ้าหรือไม่ หากทิ้งจริงก็น่าจะต้องพบเศษหรือชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง
เบื้องต้นพบอุปสรรค เนื่องจากบ่อเกรอะของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้มีขนาดใหญ่ และบรรจุสิ่งปฏิกูลจํานวนมาก ทางตํารวจชุดสืบสวนจึงหารือกับทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานว่าต้องประสานรถดูดส้วม กทม. มาดูดสิ่งปฏิกูลออก เพื่อนําไปตรวจสอบและง่ายต่อการค้นหาชิ้นส่วนที่ยังหาไม่พบ
Advertisement