
9 มิ.ย. 69 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีเซียนพระว่า ขณะนี้ตนเองไม่ได้เข้าไปยุ่งคดีดังกล่าวแล้ว เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้แต่งตั้งชุดทำงานขึ้นมารับผิดชอบคดีนี้โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตามทราบว่าผู้เสียหายได้เข้าให้การและแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเซียนพระจำนวน 9 ราย ส่งผลให้การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก โดยมีการยืนยันข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเพิ่มเติม
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า คดีไม่ได้เงียบหายไปแต่อย่างใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามขั้นตอนและเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีความชัดเจนมากขึ้น
พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า “ไม่ควรบิดเบือนข้อเท็จจริงจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน หรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการพระเครื่อง เนื่องจากที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่พูดถึงเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม เช่น การหลอกลวง ฉ้อโกง ต้มตุ๋น หรือชักชวนลงทุนโดยมิชอบ ซึ่งเป็นเพียงคนส่วนน้อยในวงการเท่านั้น”
ส่วนเซียนพระส่วนใหญ่ ยังประกอบอาชีพด้วยความสุจริต ซื่อสัตย์ และเป็นมืออาชีพ ขณะที่กลุ่มที่มีพฤติการณ์ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมักต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สิน การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และผลทางกฎหมายตามมา
นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังระบุว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี แต่ผู้เสียหายยังทยอยเข้าให้การ ยืนยันข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยทราบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น อาจมีลักษณะเป็นหลายกรรมต่างวาระ รวมแล้วอาจมีจำนวนเกือบ 10 กรรม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่คืนดีกันหรือจูบปากกันไปแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า"ไม่มีการเจรจา หรือจูบปากอะไร ผมได้รับคำยืนยันจากผู้เสียหายแล้ว ทุกอย่างให้เรื่องทั้งหมดจบกันที่ศาล"
Advertisement