
วันนี้ (7 มิ.ย.69) นายองอาจ คำสะรัมย์ กำนันตำบลลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายภุชงค์ ศรีชินเลิศ ประธานกลุ่มอาสาผลักดันช้างป่าบ้านหนองเสม็ด ผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 มิ.ย.69) ได้เกิดเหตุระทึก ขณะนางประไพ พูลสวัสดิ์ อายุ 67 ปี และนายสยาม พูลสวัสดิ์ อายุ 76 ปี สองตายาย กำลังพักผ่อนอยู่ภายในกระท่อมที่ใช้เฝ้าวัว บริเวณป่าชุมชนใกล้อ่างเก็บน้ำบ้านหนองเสม็ด–ลำนางรอง ได้มีช้างป่าขนาดใหญ่พุ่งชน และพังสังกะสีกระท่อมที่สองตา ยายกำลังนอนพักผ่อน
ด้วยความตกใจกลัว สองตายายจึงตัดสินใจวิ่งออกจากกระท่อม และปีนขึ้นไปหลบบนต้นพะยูงทันที โดยนางประไพ ระบุว่า ขณะเกาะอยู่บนต้นไม้ด้วยความหวาดกลัว ได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แต่ก็พยายามตั้งสติโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากชุดอาสาผลักดันช้างป่าในพื้นที่
ซึ่งหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้และอาสาสมัครหลายหน่วยงาน ได้เร่งเข้าตรวจสอบ พบ “พลายบัวขาว” ช้างป่าเพศผู้ที่กำลังอยู่ในอาการตกมัน และมีพฤติกรรมก้าวร้าว กำลังอาละวาดอยู่บริเวณกระท่อม เจ้าหน้าที่จึงใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถผลักดันช้างกลับเข้าสู่ผืนป่าได้สำเร็จ แม้สองตายายจะรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ทรัพย์สินและข้าวของเครื่องใช้ภายในกระท่อมได้รับความเสียหาย รวมถึงอาหารและของใช้ที่เพิ่งใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส ซื้อมาเพื่อยังชีพตลอดเดือนก็เสียหายด้วย
ด้านนายภุชงค์ ศรีชินเลิศ ประธานกลุ่มอาสาผลักดันช้างป่าบ้านหนองเสม็ด เปิดเผยว่า พลายบัวขาวเป็นช้างที่ชาวบ้านรู้จักกันดี และเคยมีประวัติทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตมาแล้ว จึงถือเป็นช้างที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงตกมันที่อาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและเข้าหาชุมชนบ่อยครั้ง ก็ฝากเตือนให้ชาวบ้านเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ด้านนายองอาจ คำสะรัมย์ กำนันตำบลลำนางรอง ระบุว่า หลังทราบข่าวก็มาดูสองตายาย ถือว่าโชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย เพราะเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือได้ทัน กรณีดังกล่าวนั้นขณะนี้หน่วยงานทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ประกาศปิดเขตป่า ไม่ให้ประชาชนเข้าไปเก็บของป่าในช่วงนี้ เนื่องจากช้างป่าจะออกมาเป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดอันตราย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่และชุดเฝ้าระวังช้างป่า ก็จะออกลาดตระเวนเข้มงวดมากขึ้น ในส่วนการช่วยเหลือเยียวยานั้นก็ได้รายงานให้ทางอำเภอทราบตามลำดับแล้ว
Advertisement