
วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.ธีระพงศ์ โพธิ์นรินทร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีชาวบ้านถูกทำร้ายด้วยของมีคมคาดว่าน่าจะเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ผกก.สภ.บ้านด่าน และตำรวจชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หมู่ที่ 5 ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ พบกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนเจ้าของบ้านคือนางน้อย อายุ 76 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลปราสาท นำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน ไปก่อนหน้านี้แล้ว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยบริเวณหน้าอกถูกแทงด้วยของมีคมความยาวของบาดแผลประมาณ 10 ซม.ทะลุไปถึงแผ่นหลังตัดขั้วหัวใจ
สอบถามนายอ้วน อายุ 56 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เล่าว่าบ้านหลังนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน คือแม่ ตนเองและลูกสาว อายุ 15 ปี ก่อนเกิดเหตุ ตนเองนั่งดูโทรทัศน์ อยู่ในห้องนอน ส่วนลูกสาวนอนอยู่อีกห้อง ได้ยินเสียงร้องแม่ร้อง จึงเดินออกมาดูพบแม่นอนอยู่ในสภาพคว่ำหน้าอยู่บริเวณประตูหน้าบ้าน จึงจับพลิกร่างของแม่หงายขึ้นพบว่ามีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลบริเวณหน้าอก ในสภาพหมากคาปากแม่ จึงเรียกให้ลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปตามญาติที่อยู่บ้านตรงข้ามกันให้มาช่วยเหลือ ตนไม่รู้เหมือนกันว่าแม่มีบาดแผลไปโดนอะไรมา นึกว่าแม่ล้มลงเฉยๆ ตนเองไม่ได้ทำงาน เนื่องจากป่วยเป็นโรคหอบหืด ทำงานหนักไม่ได้ อาศัยอยู่กินกับแม่ โดยขอเงินแม่ใช้เป็นครั้งคราว
ด้านนางอรพรรณ อายุ 36 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่าลูกสาวนายอ้วน ขี่รถจักรยานยนต์มาตามตนเองที่บ้าน โดยบอกว่ายายล้ม แล้วมีเลือดออกมากให้รีบมาดู เมื่อมาถึงบ้านเห็นแต่นายอ้วน ลูกชายอุ้มร่างแม่ไว้ในสภาพเลือดท่วมตัวอยู่บริเวณหน้าอกมีบาดแผลคล้ายถูกแทงด้วยของมีคม
ด้านนางสาวเอ (นามสมติ) อายุ 15 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่าได้ยินเสียงย่าร้องอยู่หน้าบ้าน จึงออกมาดูเห็นแต่พ่ออุ้มร่างของย่าไว้ สักพักก็มีเลือดพุ่งออกมาจากบริเวณหน้าอกของย่า
เบื้องต้นตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเก็บตัวอย่าง DNA ของนายอ้วน ตรวจยึดอาวุธมีดภายในบ้านไปตรวจสอบ ทั้งนี้ได้ไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อติดตามหาคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
Advertisement