
ความคืบหน้าคดี นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ต้องหาเมาแล้วขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต
ต่อมาวันที่ 30 พ.ค. 69 นาย ธนัท อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ทุ่งครุ เพื่อให้ข้อมูล กรณีก่อเหตุชกหน้า นายจรงค์ ภายในงานศพของ นายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์ผู้เสียชีวิต โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายธนัทปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมมีท่าทีอารมณ์ร้อน และโวยวาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวเข้าไปพูดคุยภายในห้องปฏิบัติการสืบสวน
ภายหลัง นายทวีศักดิ์ ซ้ายยศ ทนายความจิตอาสา ซึ่งเดินทางมาให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เปิดเผยว่า เบื้องต้นการกระทำของนายธนัทอาจเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ก่อนหน้านี้ทนายความของคู่กรณีจะออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย
นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า จากการพูดคุย นายธนัทยอมรับว่ารู้สึกสำนึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าสาเหตุที่ลงมือทำร้ายร่างกายนายจรงค์ เกิดจากความคับแค้นใจหลังติดตามข่าวคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก จึงเจตนาที่จะมาก่อเหตุ เพราะส่วนตัวรู้จักกับผู้ตาย รักผู้ตาย และผู้ตายให้ความช่วยเหลือมาตลอด รวมถึงมีอาชีพขับไรเดอร์หาเช้ากินค่ำเหมือนกัน จึงกังวลว่าผู้เสียชีวิตอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคู่กรณีเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าการงานระดับสูง
ทั้งนี้ตัวนายธนัท มองว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องการหลบหนีหลังเกิดเหตุ จึงทำให้เกิดความคับแค้นใจ แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ผิดพฤติกรรมของนายธนัทนั้นมีความผิดอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ นายธนัทได้กล่าวขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ทนายความยืนยันว่าจะกำชับไม่ให้นายธนัทเดินทางไปร่วมงานศพอีก เนื่องจากนายจรงค์ยังคงเดินทางมาร่วมงานศพเป็นประจำทุกวัน โดยทางญาติของผู้เสียชีวิตเกรงว่า หากทั้งสองฝ่ายพบหน้ากันอีก อาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นซ้ำได้อีกครั้ง
ภายหลังจากนายธนัท อายุ 25 ปี เข้าพบตำรวจโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ได้เปิดใจกับสื่อครั้งแรกว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตนรู้สึกคับแค้นใจ เพราะผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนไรเดอร์ของตนที่รักมาก และคอยช่วยเหลือตนมาตลอด 2 ปีที่ ซึ่งได้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ และช่วยเหลือทางด้านการเงิน จึงรู้สึกว่ามีความสนิทสนมกับผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องที่ญาติได้ห้ามไม่ให้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายต่อคู่กรณี ยอมรับว่าตนนั้นอาจจะไม่ได้ยิน และตนอยากฝากถึงสังคมว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใคร
นายธนัท ได้ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมบอกว่า ตอนนี้ตนอารมณ์เย็นลงแล้ว หากเดินทางไปที่วัดและพบคู่กรณียืนยันว่าตนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ ส่วนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนได้โวยวายใส่ผู้สื่อข่าว เป็นเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ส่วนสาเหตุที่ตนใส่เสื้อกองทัพบกทั้งในวันที่เกิดเหตุและวันนี้ ยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดใดกับทางกองทัพบก ตอนนี้ได้ปลดประจำการแล้ว
ด้านทนายทวีศักดิ์ ซ้ายยศ เผยว่า หลังจากนี้จะประสานผ่านตำรวจเพื่อเข้าไปแสดงตัวขอโทษฝั่งคู่กรณี และพร้อมรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่หากคู่กรณีมีความประสงค์ไม่อยากพบ ก็เคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย ส่วนการเดินทางไปร่วมงานศพนั้นก็ยังยังคงเดินทางไปร่วมงานทุกวัน แต่ยืนยันว่าจะไม่ก่อเหตุอีก
ทั้งนี้ทนายทวีศักดิ์ เผยว่า นายธนัท ต้องไปขอโทษทางคู่กรณีเนื่องจากเป็นเด็กและกระทำความผิดจริง โดยในวันนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายธนัท เพียงแค่เรียกเข้ามาพูดคุยและแสดงตนต่อทางเจ้าหน้าที่
ในส่วนกรณีที่สังคมมองว่าการกระทำของนายธนัท ไม่จำเป็นต้องไปขอโทษคู่กรณีนั้น ทนายเผยว่า ตามหลักความเป็นจริงทางด้านกฎหมาย ก็มีความผิด โดยลูกความของตนไม่มีสิทธิ์ที่จะไปกระทำแบบนั้นกับใคร ดังนั้นควรต้องไปขอโทษ ส่วนที่นายธนัชไปพูดในที่เกิดเหตุว่า ผอ.กองฯ ป.ป.ช. ต้องเจอศาลเตี้ยแบบนี้ เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นการเข้าใจผิดของลูกความ อย่างไรต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยตนได้อธิบายข้อกฎหมายให้ฟังแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะนายธนัทไม่ใช่ญาติ ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปกระทำแบบนั้น
Advertisement