
จากกรณี อุบัติเหตุรถไฟ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-5641 กทม. รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย บริเวณทางข้ามรถไฟ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 เปิดเผยความคืบหน้าหลังประชุมคดีรถไฟชนรถเมล์ในช่วงเย็น เป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 28 ปาก โดยเฉพาะการสอบปากคำผู้บาดเจ็บแล้ว 19 ปาก ยังเหลืออีก 6 คน ที่ยังอยู่ในอาการสาหัส
ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ตอนนี้ได้พิสูจน์ DNA แล้ว 7 คน ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 คน อีก 1 คนทราบว่ามีพ่อจาก จ.เชียงใหม่ กำลังเปรียบเทียบ DNA ส่วนอีกหนึ่งคนยังไม่สามารถตามหาญาติได้
สำหรับประเด็นการสอบพนักงานรักษารถที่ดูแลตู้สินค้าให้การอ้างว่า ตนนั่งอยู่ในแคปที่ 2 ซึ่งอยู่ด้านหลังห้องควบคุม จึงไม่ทราบรายละเอียด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ และเห็นเพลิงลุกไหม้ จึงรีบวิ่งลงจากรถทันที
จากการสอบปากคำ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ หัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิค ด้านการลากเลื่อน และเจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาคนขับรถไฟและช่างเครื่อง ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยยืนยันว่าคนขับรถไฟมีประสบการณ์ ขับในเส้นทางนี้มาแล้ว 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566 ส่วนช่างเครื่องเพิ่งมาทำงาน เพียงแค่ 14 วัน และขึ้นขบวนรถคันดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ส่วนการสอบเจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ยืนยันว่าอุปกรณ์การให้สัญญาณไม่ได้ขัดข้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตามฝ่ายสืบสวนได้เข้าไปเก็บกล้อง 3 ซุ้ม โดยซุ้มที่อยู่ก่อนจุดเกิดเหตุพบว่าคนขับรถไฟและช่างเครื่อง ยังปฏิบัติงานอยู่ในห้องควบคุมตามปกติ ซึ่งการจำลองสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ฝ่ายสืบสวนจะดูเรื่องสัญญาณการโบกธงโดยสงวนสิทธิ์ที่จะให้ผู้สื่อข่าวขึ้นไปเฝ้าติดตาม เนื่องจากสถานที่มีความคับแคบ เกรงว่าจะได้รับอันตราย
อย่างไรก็ตามในวันนี้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล1 ได้มีการจับผู้ฝ่าฝืนที่จอดรถในจุดห้ามหยุดในพื้นที่จุดตัดรางรถไฟแล้ว 32 คน จ่ายค่าปรับแล้ว 5 คน คนละ 500 บาท ส่วนอีก 27 คนยังไม่ได้มาจ่ายค่าปรับ นอกจากนี้ฝ่ายสืบสวน ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังว่าก่อนเกิดเหตุมีรถคันใดบ้างที่ไปจอดคร่อมรางรถไฟ เพื่อพิสูจน์ทราบผู้ครอบครองรถก่อนจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร บ. จราจรทางบก
Advertisement