
จากกรณีเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำพิเศษพัทยา ได้มีการนำตัวนาย หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ในคดีซุกระเบิดซีโฟร์และอาวุธสงครามจำนวนมาก ไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน หลังมีอาการชักเกร็งในระหว่างถูกนำตัวเข้าสู่ระบบจำแนกแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ของเรือนจำพิเศษพัทยา
ซึ่งบรรยากาศที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง กว่า 10 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย
จากการสอบถามข้อมูลทราบว่านายหมิงเฉิน ซัน มีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง รวมถึงร่างกายอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลด้วยว่าภายหลังจากที่ผู้ต้องหารายนี้ถูกจับกุมได้มีการไม่ยอมรับประทานอาหารรวมแล้วเป็นเวลา 3 วัน และกำลังเข้าสู่วันที่ 4 โดยเจ้าตัวดื่มเพียงน้ำเปล่า รวมถึงมีสภาวะเครียด จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว
ส่วนทางด้านการรักษานั้น ทีมแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ รวมถึงให้ยาที่จะทำให้ผู้ต้องหารายนี้เกิดอาการผ่อนคลาย และจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 24 ชม.
ขณะที่ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติกับตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมทั้งระบุว่า ให้มีการผลัดเปลี่ยนกันมาประกบควบคุมและดูแลความปลอดภัยผู้ต้องหารายนี้อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ผู้ต้องหาเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลฯ จนกว่าผู้ต้องหาจะมีอาการดีขึ้น จนถึงขั้นตอนการนำตัวส่งกลับเข้าเรือนจำ นอกจากนี้ มีการรายงานจากทีมแพทย์ระบุว่าหากผู้ต้องหายังมีอาการไม่ดีขึ้น จะต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด คือ โรงพยาบาลชลบุรี โดยตำรวจจะมีการจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี เข้ามาดูแลรับช่วงต่อในการควบคุมดูแลผู้ต้องหารายนี้นั้น
ด้าน นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า คืนวานนี้ (11 พ.ค. 69) ตนได้รับแจ้งรายงานเหตุเบื้องต้นจาก ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา ทราบว่าทางผู้ต้องหายังคงอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ยังไม่ได้มีการย้ายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่อย่างใด
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการกินยาเกินขนาด โดยเป็นยาที่ผู้ต้องหาใช้รักษาพกติดตัวไว้อยู่แล้ว น่าจะมีการกินมาก่อนที่จะมาฝากขังยังเรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากการจะกินยา หรือขอนำยารักษาโรคประจำตัวเข้าสู่เรือนจำฯ จะต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้แม้ทางผู้ต้องหาจะมีการอดอาหารตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนมา 3 วัน แต่ก็มีการดื่มน้ำเปล่ามาบ้าง ซึ่งหากดูจากสถานการณ์ คงเป็นเรื่องของการเผชิญความเครียดสูง และก็ยังคงไม่ได้มีญาติมาเยี่ยม ดังนั้นระหว่างนี้ที่ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และทางราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยประกบดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัย ส่วนรายละเอียดเนื้อหาเพิ่มเติมจากนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ จะรีบสรุปรายงานเพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไปด้วย
Advertisement