
วันที่ 4 พ.ค.2569 ภายหลังจากทีมงานเพจสายไหมต้องรอดพาสาวผู้เสียหาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ฉายา “บี บางใหญ่” หลังถูกข่มขู่บังคับให้ถ่ายภาพลามกอนาจารเพื่อค้ำประกันเงินกู้ ก่อนจะถูกล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราและเรียกเก็บดอกเบี้ยโหดรายวัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากการที่ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด โดยในเบื้องต้นได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น แต่เมื่อตรวจสอบพิกัดที่เกิดเหตุพบว่าอยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จึงได้ประสานย้ายมาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุจริง จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า บัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้นั้นเป็นบัญชีส่วนตัวของตัวผู้ก่อเหตุเอง ไม่ใช่บัญชีม้าหรือบุคคลอื่นแต่อย่างใด
พันตำรวจโทอาทิตย์ รุ่งเชตุ สารวัตรสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำผู้เสียหายร่วม 1 ชั่วโมง ว่า คดีนี้ผู้เสียหายให้การว่ารู้จักกับผู้ต้องหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะมีการกู้ยืมเงินกัน โดยผู้ต้องหาเรียกเก็บดอกเบี้ยเป็นรายวัน วันละ 200 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้ส่งแต่เพียงดอกเบี้ยเรื่อยมา ต่อมาเมื่อมีการยื่นกู้เพิ่ม ผู้ต้องหาได้ตั้งเงื่อนไขว่าต้องถ่ายรูปโป๊เปลือยส่งให้เพื่อเป็นหลักประกันในการกู้เงิน ผู้เสียหายจำยอมทำตามจนกระทั่งมีการนัดพบกันและมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น 1 ครั้ง โดยอ้างเป็นการขัดดอก ต่อมาผู้เสียหายเริ่มส่งดอกเบี้ยไม่ไหว แต่ถูกผู้ต้องหากดดันและทวงถามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่า หากหยุดส่งเงินจะถูกล่วงละเมิดซ้ำหรือถูกนำภาพลับไปเผยแพร่ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ
สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดีในเบื้องต้นประกอบด้วย ความผิดฐานให้กู้ยืมเงินโดยเรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ,ความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ เนื่องจากมีการแชตทวงถามกดดันเป็นระยะ,ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าไม่ว่าในขณะนั้นผู้เสียหายจะยินยอมหรือไม่ หรือเป็นการกระทำโดยภาวะจำยอม ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดชัดเจน
ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ขณะที่ประเด็นการติดตามตัวผู้ต้องหา ทางชุดสืบสวนทราบตัวตนและประวัติของ บี บางใหญ่ ทั้งหมดแล้วจากหลักฐานสลิปการโอนเงิน คาดว่าจะสามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้ในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ สารวัตรสอบสวนยังได้ยืนยันหนักแน่นว่า ในพื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ไม่มีการเบื้องหลังหรือการดูแลจากตำรวจให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเงินกู้อย่างแน่นอน ส่วนประเด็นการฟอกเงินและการยึดทรัพย์นั้น หากการสอบสวนขยายผลไปถึงมูลค่าความเสียหายและพฤติการณ์ที่เข้าข่าย ทางเจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในระบบเบื้องต้น ยังไม่พบว่าบุคคลนี้เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันในพื้นที่นี้มาก่อน
Advertisement